“ทำไมจะไม่มาเล่า ไม่ใช่แค่มา แต่ต้องมาแบบจัดเต็ม วันนี้ถือว่ามาซ้อมมือ คราวหน้าจะไม่ปล่อยให้ใครไล่ตามจนต้องวิ่งหางจุกตูดอีกแล้ว”
หยางเฟิงสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดอย่างละโมบ ก่อนเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ตรงขอบฟ้า
ตะวันคล้อยไปทางทิศตะวันตกแล้ว
กะคร่าว ๆ ว่าน่าจะบ่ายสองหรือบ่ายสาม
คราวหน้ามาที่นี่ อย่างแรกต้องหานาฬิกามาสักเรือน
อย่างที่สอง ต้องเตรียมแหคุณภาพดีสักผืน
มีพี่มือคอยนำทาง ไม่ต้องระเบิดปลาก็กลับไปพร้อมของเต็มไม้เต็มมือได้
หลัก ๆ ก็เพราะเขาเกิดมาสองชาติ ประสบการณ์ยังไม่ฟื้นคืนมา
รอให้หยางเฟิงฟื้นฟูพลังเต็มเปี่ยมเมื่อไร
ปลาทั้งหมดในแถบนี้ก็ต้องเปลี่ยนมาแซ่หยาง!
พักอยู่สิบกว่านาที หยางเฟิงก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นบนตัว
“ไป พี่จะพานายนั่งรถยนต์สี่ล้อคันใหญ่เอง”
คำนวณจากเวลาบ่ายสาม หยางเฟิงต้องใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงจากที่นี่ไปถึงตัวอำเภอ
ดูเหมือนใกล้ แต่พอขายปลาเสร็จฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ถึงตอนนั้นไม่มีรถกลับกองพล ต้องปั่นจักรยานกลางคืนต่ออีกหลายสิบกิโลเมตร หยางเฟิงไม่คิดหาเรื่องทรมานตัวเอง
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเหนื่อยตาย ปลาที่จะเอาไปฝากภรรยา ลูกสาว และแม่ก็ได้เน่าคาถนนกันพอดี
หยางเฟิงอาศัยความทรงจำคลำทางไปถึงริมถนนใหญ่
“เอาปลาตัวใหญ่ใส่กระสอบซ่อนไว้ให้ดี อย่าให้โผล่ออกมาเด็ดขาด”
หยางเฟิงกำชับเหอต้าลวี่ให้หุบปากตลอดทาง จากนั้นหยิบปลาข้าวสารขึ้นมาสองตัวแล้วเดินไปโบกรถริมถนน
ไม่นาน เสียงเครื่องยนต์คำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของรถเจี่ยฟ่างรุ่นเก่าก็ดังมาจากไกล ๆ
รถบรรทุกเจี่ยฟ่างสีเขียวคันหนึ่งแล่นเอื่อย ๆ เข้ามา กระบะบรรทุกท่อนซุงอยู่ด้วย
