ตอนถึงห้างสรรพสินค้า ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของเขาคือ 17459.5 หยวน
ฉู่หลีแอบเสียดายที่เมื่อวานเติมเงินบัตรอาหารไปตั้งสองร้อยหยวน
ไม่อย่างนั้นงบสูงสุดของเขาก็จะเกิน 17500 หยวนแล้ว
ขาดไปแค่นิดเดียวเอง
ตอนฉู่หลียืนอยู่ในร้านมองบลังก์ เขายังหอบอยู่เลย
เหงื่อท่วมศีรษะ รีบร้อนลนลาน ไม่เหลือความสง่างามสักนิด
ดูยังไงก็ไม่เหมือนลูกค้าที่มีกำลังซื้อปากกาดี ๆ สักด้ามในร้านแบบนี้ได้เลย
เสื้อผ้าทั้งตัวรวมกันยังไม่รู้ว่าจะถึงร้อยหยวนหรือเปล่า
ดูเหมือนใส่แต่เสื้อผ้าฮิตในเถาเป่าราคา 19.9 หยวน ส่งฟรีทั้งตัว
“ช่วยแนะนำปากกาหมึกซึมราคาประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ขอแบบดูเป็นทางการหน่อย เอาไว้ใช้ทำงาน”
พนักงานมองเขาด้วยแววตาสงสัยอยู่บ้าง
แต่ลูกค้าที่เดินเข้ามาก็บอกงบประมาณของตัวเองตั้งแต่แรกแบบนี้ คงไม่ได้มาแกล้งเล่นหรอก
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่หลีได้รู้ว่าปากกาแต่ละด้ามมีความแตกต่างกันมากขนาดนี้
ที่แท้ความแตกต่างไม่ได้มีแค่ความประณีตของรูปทรงด้ามปากกา หรือความอ่อนแข็งและขนาดของหัวปากกาเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างปากกากับปากกา ยังมากกว่าความแตกต่างระหว่างคนกับคนเสียอีก
หัวปากกาสั่งทำพิเศษและเปลี่ยนได้
จะทำจากทองคำก็ได้ หรือจะฝังอัญมณีและเพชรหลากสีก็ได้เหมือนกัน
ช่างล้ำค่าเหลือเกิน
แค่เลือกหัวปากกาอย่างเดียว ฉู่หลีก็รู้สึกเหมือนสมองจะระเบิดแล้ว
เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าลั่วเหวินเชิงใช้ปากกายี่ห้ออะไร ไม่รู้ด้วยว่าเขาชอบหัวปากกาแบบไหน
แต่ถ้าหัวปากกาไม่ถูกใจ เวลาเขียนคงรู้สึกไม่สบายมือสินะ
แม้แต่ตอนซื้อปากกาหมึกเจลด้ามละสองหยวน เขายังเลือกเลยว่าจะเอาหัวเข็มหรือหัวกระสุน
