เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา แม้เสียงในหัวจะกรีดร้องห้ามปรามอย่างบ้าคลั่งและเยาะเย้ยว่าเขากำลังทำตัวน่าอับอาย แต่เขาก็ยังส่งข้อความหาฉู่หลี
“นายกลับถึงโรงเรียนหรือยัง?”
ฉู่หลีตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ยัง”
“นายกำลังทำอะไรอยู่?”
“อยู่ที่โกลเดนบริดจ์”
ประโยคสั้น ๆ ประโยคหนึ่ง ราวกับเชือกเส้นหนึ่งที่ดึงคนกำลังจะจมน้ำขึ้นมา
ลั่วเหวินเชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เช็ดเหงื่อที่ฝ่ามือ
ฉู่หลีไม่ได้โกหก แสดงว่าไม่รู้สึกผิด
เขาตอบฟู่หมิงเค่อก่อน “ฉันถึงแล้ว”
แล้วตอบฉู่หลี “บังเอิญจัง ฉันก็มาเหมือนกัน”
ฟู่หมิงเค่อได้รับข้อความ ก็เงยหน้ามองฉู่หลี สีหน้าแบบนายตายแน่
แล้วก็เห็นฉู่หลีที่กำลังคุยกับโจวซวี่ จ้องโทรศัพท์แล้วสีหน้าเปลี่ยนไปในวินาทีเดียว
จากนั้น ฉู่หลีก็ลุกขึ้นยืน
“พวกนายเล่นกันก่อน ฉันไปพบเพื่อนหน่อย”
ฟู่หมิงเค่อวางแก้วเหล้า ถูกฉู่หลีทำเอาขำออกมา
เขาจะดูซิว่าฉู่หลีจะหลอกลั่วเหวินเชิงยังไง
คิดว่าคนอื่นโง่หรือไง?
ถูกคนแบบนี้แย่งไป อย่าว่าแต่หลิวเจ๋อซิงรับไม่ได้เลย เขาเองก็รับไม่ได้เหมือนกัน
ลั่วเหวินเชิงไม่ได้รับคำตอบจากฉู่หลี เดินเข้าไปข้างใน ก็เจอกันที่โถงทางเดิน
ฉู่หลียื่นมือจับแขนลั่วเหวินเชิง กดเขาไว้กับกำแพง
“นายมาทำไม?”
เขาจะปล่อยให้ลั่วเหวินเชิงเจอโจวซวี่ไม่ได้
ฟู่หมิงเค่อบอกว่าบริษัทลูกของตระกูลหลินอวิ๋นฮุยบริษัทเดียวยังใหญ่กว่าเวินจื้อร้อยเท่า
