หน้าจอเปลี่ยนไปแสดงภาพดันเจี้ยนของซูมู่
ภูเขารกร้างสีเทาหม่น ยอดเขาโล่งเตียน มีหินก้อนหนึ่งตั้งโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น
“เขาสร้างพื้นที่เสร็จแล้วเหรอ?” อาจารย์แว่นดันแว่นขึ้น สีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “พลังวิญญาณ 210 น่าทึ่งจริง ๆ ใช้เวลาแค่ไม่นานก็รวบรวมพื้นที่ให้กลายเป็นภูเขาลูกหนึ่งได้แล้ว”
“เร็วจริง ๆ” อาจารย์หญิงพยักหน้า “คนอื่นต้องใช้เวลาอย่างน้อยชั่วโมงกว่าเพื่อสร้างภูมิประเทศขนาดใหญ่แบบนี้ แต่เขากลับทำเสร็จในไม่กี่นาที”
เสียงของเธอยังไม่ทันจาง อาจารย์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ขมวดคิ้ว
“แต่พูดกันตามตรง เด็กคนนี้เลือกอะไรไม่เข้าท่าเลย”
เขาชี้ไปยังภูเขารกร้างบนหน้าจอ “สร้างพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่เขาจะใช้พลังวิญญาณตั้งมากมายสร้างภูเขาไปทำไม? การ์ดแกนกลางของเขาก็ไม่ใช่การ์ดสิ่งมีชีวิต แต่เป็นแค่หินก้อนหนึ่ง ในสถานการณ์แบบนี้ เขาควรเก็บพลังวิญญาณไว้ใช้วางการ์ดสิ่งมีชีวิตมากกว่า”
“จริงด้วย”
อาจารย์อีกคนรับคำ “การ์ดแกนกลางเป็นหิน หมายความว่าเขาต้องจ่ายต้นทุนมากกว่าคนอื่น ใช้การ์ดสิ่งมีชีวิตชดเชยกำลังรบที่ขาดแคลนในช่วงแรก แต่เขากลับเอาพลังวิญญาณอันมีค่าไปสร้างภูเขาเสียอย่างนั้น”
“ปกติแล้วเวลาต่อสู้กับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน แค่การ์ดแกนกลางถูกทำลายก็แพ้แล้ว ต่อให้สร้างภูเขาสูงใหญ่แค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ มอนสเตอร์อ้อมภูเขาไปโจมตีการ์ดแกนกลางโดยตรงก็จบ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่คิดจะซ่อนหินก้อนนั้นด้วยซ้ำ กลับวางไว้บนยอดเขาโต้ง ๆ”
“หรือคิดจะอาศัยภูเขาลูกเดียวทำให้มอนสเตอร์เหนื่อยตาย? เป็นไปได้ยังไง?”
เหล่าอาจารย์มองภูเขารกร้างที่โล่งเตียนบนหน้าจอ ต่างพากันส่ายหน้า
