ซูมู่กำลังประเมินมูลค่าของประตูมังกรแห่งนี้อยู่ในใจ เย่ชิงเสวี่ยที่ยืนข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้น
“ด่านประตูมังกร” น้ำเสียงของเธอเย็นชา แต่จริงจังกว่าปกติอยู่หลายส่วน “ขอแค่ข้ามประตูบานนั้นไปได้ ก็หมายความว่าได้เป็นที่หนึ่งของมณฑลอย่างแท้จริง”
ซูมู่ละสายตาจากประตู หันไปมองเธอ
เย่ชิงเสวี่ยไม่ได้มองเขา สายตายังคงจับจ้องซุ้มประตูบนท้องฟ้า ก่อนจะพูดต่อ “แต่ถึงจะเป็นที่หนึ่งของเมืองหลวงมณฑล ก็ใช่ว่าจะผ่านด่านได้แน่นอน หากคิดจะข้ามประตูบานนั้นจริง ๆ ต้องได้รับการประเมินในระดับสูงมากจากการทดสอบรอบที่สี่”
“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีทั้งหมดสี่รอบ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ราวกับกำลังเล่าเรื่องธรรมดาทั่วไป “สามรอบแรกเปลี่ยนไปทุกปี แต่รอบที่สี่เหมือนกันทุกปี นั่นก็คือการฝ่าด่านประตูมังกร อีกอย่าง คนที่จะไปถึงรอบที่สี่ได้ ต้องทำคะแนนสามรอบแรกให้สูงพอจะเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้เป็นอย่างน้อย”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “พูดง่าย ๆ คือ คนที่มีสิทธิ์ไปลองล้วนเป็นยอดคนในหมู่คน และถึงอย่างนั้น ทุกปีก็ยังไม่แน่ว่าจะมีสักคนผ่าน เรียกว่าหนึ่งในล้านก็ยังไม่เกินจริง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูมู่ก็พยักหน้า
หนึ่งในล้าน
จากผู้เข้าสอบเกือบล้านคน มีเพียงไม่กี่พันคนเท่านั้นที่จะได้ไปท้าทายประตูมังกรในท้ายที่สุด
ส่วนคนที่ข้ามประตูมังกรไปได้ ยิ่งมีน้อยราวขนหงส์เขากิเลน
เขาเงยหน้ามองซุ้มประตูยักษ์ที่ลอยอยู่กลางหมู่เมฆอีกครั้ง
