เสิ่นนี้เหยียนโยนกระดาษทิชชู่ลงถังขยะ จ้องตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ก้าวยาว ๆ ออกจากห้องน้ำ แก้มป่องขึ้นเล็กน้อย
เธอหันหลังเดินกลับ พอผ่านทางเข้าโรงหนังก็ชะงักฝีเท้า สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของเหอยัง พลางคิดว่าจะบอกโจวอี้เล่อดีไหม
ถึงโจวอี้เล่อจะชนแก้วน้ำของเธอล้มตอนบ่าย แต่เรื่องแบบนี้…
เธอกัดริมฝีปากล่าง ลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัดเบา ๆ “ช่างเถอะ กลับไปค่อยว่ากัน”
เธอกลับไปถึงแถวหลังสุด แล้วมุดตัวเข้าไปนั่งในโซฟานุ่ม ๆ ข้างเหวินเจ้าเหย่อีกครั้ง
ชายหนุ่มโอบแขนเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ ดึงเธอเข้าหาอ้อมอก ก่อนก้มลงกระซิบข้างหู
“ทำไมไปนานจัง?”
เสิ่นนี้เหยียนเงยหน้ามองเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบเล่าเรื่องที่เพิ่งเห็นให้เขาฟังจนหมด
ท้ายที่สุด เธอยังพองแก้มเสริมอีกประโยค “ผู้ชายเฮงซวย!”
เหวินเจ้าเหย่ฟังเธอพร่ำฟ้องอย่างขุ่นเคือง พลางมองแก้มที่แดงระเรื่อเพราะความโมโห ในดวงตาลึกล้ำมีรอยยิ้มสนอกสนใจผุดขึ้นมา
เขาก้มลงจูบเบา ๆ บนกระหม่อมเธอ เสียงทุ้มต่ำเจือความเกียจคร้านเล็กน้อย
“หนูเหยียนอยากทำยังไงล่ะ? ฉันช่วยเอง”
หนังจบลง ไฟในโรงสว่างขึ้น เสิ่นนี้เหยียนถูกเหวินเจ้าเหย่จูงมือเดินออกจากโรงหนัง
เธอยังคงนึกถึงเนื้อเรื่องเมื่อครู่อยู่ ขอบตาแดงก่ำ ปลายจมูกก็อมชมพู เธอสูดจมูกเบา ๆ
เหวินเจ้าเหย่ก้มมองท่าทางของเธอ รู้สึกทั้งน่าสงสารทั้งน่ารัก นิ้วหัวแม่มือถูหลังมือเธอเบา ๆ
“ดูการ์ตูนยังร้องไห้ได้อีกเหรอ?”
เสิ่นนี้เหยียนพองแก้มถลึงตาใส่เขา “นายจะไปรู้อะไร! พระเอกต้องอยู่ในทะเลดาวคนเดียวเพื่อผู้หญิงที่รัก เขาเหงามากเลยนะ!”
