“ไอ้แซ่หยาง นายทหารผู้นั้นส่งภรรยามาให้เจ้าแล้ว!”
ประตูใหญ่ถูกผลักเปิดดังโครม กระท่อมมุงหญ้าสั่นไหวสองครั้ง ลมหนาวเหน็บพัดกรูเข้ามา
หยางฝานลืมตาขึ้นจากเตียง เพลิงโทสะพลันลุกโชนในอก
“บัดซบ! สภาพข้าเช่นนี้ จะเอาภรรยาไปทำอะไร!”
ในกระท่อมมุงหญ้าเก่าคร่ำคร่า หยางฝานนอนอ่อนแรงอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดขาว ร่างกายผ่ายผอม สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือบาดแผลบริเวณท้อง แม้จะพันด้วยผ้าป่าน แต่เลือดยังคงซึมออกมา ผู้ที่มองเห็นย่อมดูออกว่าเขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน!
“ข้าไม่สน! ทางการไม่มีเงินจ่ายคุณูปการทางทหารของเจ้า ก็ทำได้เพียงใช้สตรีชดใช้!”
หลี่เจี้ยนหมิงแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะฉุดสตรีสามคนออกมาจากด้านหลัง
เฉินเสวี่ยอายุค่อนข้างมาก ราวสามสิบปี รูปร่างอวบอิ่ม หน้าตางดงามพอควร ส่วนอีกสองคนตัวเล็กผอมบาง ดูแล้วอายุราวสิบห้าสิบหกปี ดวงตาทั้งสองคู่หลุบหลบอย่างหวาดหวั่น เห็นชัดว่าเป็นเด็กน้อยสองคน
“นี่คือสามีของพวกเจ้า! ดูแลเขาให้ดี หากให้กำเนิดบุตรชายหรือบุตรสาวได้สักคน พวกเจ้าก็จะกลายเป็นคนของหมู่บ้านนี้!”
“มิฉะนั้น หากเขาตาย พวกเจ้าก็ยังต้องถูกส่งไปเป็นหญิงคณิกาของกองทัพเช่นเดิม!”
หลี่เจี้ยนหมิงชี้หยางฝาน พลางตวาดใส่เฉินเสวี่ย
แผ่นดินต้าเฉียนกำลังวุ่นวายด้วยสงคราม สตรีเป็นภาระ มิใช่สมบัติ โดยเฉพาะสตรีร่างผอมบางที่ทำงานไม่ไหวเช่นนี้ นอกจากขายเรือนร่างแล้ว แทบไม่มีหนทางเอาชีวิตรอดอื่นใด
“ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณที่เมตตาประทานหนทางรอดให้ข้า!”
เฉินเสวี่ยกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ส่งหลี่เจี้ยนหมิงออกไปจนพ้นประตู จากนั้นประตูใหญ่ก็ปิดลงอีกครั้ง กันลมหิมะด้านนอกเอาไว้
หยางฝานมองสตรีตรงหน้า อยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ในที่สุดก็หลับใหลไปอย่างสะลึมสะลือ
เขาไม่ใช่คนของโลกนี้ เป็นเพียงแรงงานดวงซวยที่ฟ้าลิขิตไว้คนหนึ่ง เป็นมนุษย์เงินเดือนบนดาวโลก!
ใครจะคิดว่าหนทางพลิกชีวิตจากคนจนเป็นคนร่ำรวยอย่างการทะลุมิติมาอยู่ในโลกอื่น เขากลับคว้าโอกาสนั้นไว้ไม่ได้!
เขาทะลุมิติมาอยู่ในร่างทหารสอดแนมที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย
เดิมทีหากบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ ย่อมถูกโยนลงหลุมศพไร้ญาติไปแล้ว ยังดีที่กองทัพเพิ่งชนะศึก เพื่อปลุกขวัญกำลังใจ เขาจึงถูกส่งกลับมายังหมู่บ้านของตน ทั้งยังได้รับส่วนแบ่งคุณูปการทางทหารอีกด้วย
คราวนี้คนในหมู่บ้านกลับลำบากใจ
ในยุคกลียุค คุณูปการทางทหารย่อมต้องมีรางวัลตอบแทน ทว่าพวกเขากลับไม่มีสิ่งใดจะมอบให้!
คิดไปคิดมา จึงแปลงคุณูปการทางทหารเป็นสตรีหลายคนแทน
ผู้ใหญ่บ้านคิดคำนวณไว้เสียดี หยางฝานเห็นอยู่ชัด ๆ ว่าคงไม่รอด สตรีทั้งสามแค่เข้ามาอยู่ในบ้านเขาสักเที่ยวหนึ่ง รอเขาตายแล้วก็นำพวกนางออกมาแบ่งให้ผู้อื่นต่อได้
เฉินเสวี่ยไม่สนใจหยางฝานที่นอนอยู่บนเตียง เอาแต่เรียกเด็กน้อยทั้งสองให้ช่วยกันก่อไฟ
ไม่นานนัก อุณหภูมิในห้องก็อุ่นขึ้น
ในห้วงนิทรา หยางฝานรู้สึกว่าท้องของตนอุ่นวาบ ราวกับมีคนกำลังเช็ดบาดแผลให้
ริมฝีปากแห้งผากคล้ายได้รับน้ำอุ่นมาหล่อเลี้ยง
หยางฝานลืมตาขึ้น ก็เห็นสตรีวัยกลางคนกำลังป้อนน้ำข้าวให้เขา
“ไม่ต้องลำบากหรอก!”
หยางฝานเบือนหน้าหนี
“ข้ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน เก็บเสบียงพวกนี้ไว้เถิด รีบคิดหาทางหนีไปเสียแต่เนิ่น ๆ!”
ทว่าเฉินเสวี่ยกลับจับศีรษะเขาให้หันมา แล้วป้อนน้ำข้าวเข้าปากเขาต่อไป
หยางฝานกำลังจะโกรธ ก็ได้ยินเสียงสงบนิ่งของเฉินเสวี่ยดังขึ้น
“แล้วจะหนีไปที่ใดได้?”
“อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็ยังมีสถานะ ยังพอได้ใช้ชีวิตสงบสุขอีกสองสามวัน รอบด้านล้วนมีแต่ศึกสงคราม พวกเราสตรีสามคนก็เป็นเพียงสิ่งของที่ถูกโยนไปโยนมาเท่านั้น!”
หยางฝานเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด ชอบทะลุมิติกันนักใช่ไหม ได้! ทะลุมิติมาเลย!
เริ่มต้นด้วยระดับนรก!
แต่ในตอนนั้นเขากลับรู้สึกโชคดีขึ้นมา โชคดีที่ไม่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสตรี มิฉะนั้นเขาคงไม่กล้ารับรองว่าจะเข้มแข็งได้อย่างสตรีตรงหน้าผู้นี้!
เขาหันไปมอง เห็นเด็กสองคนกำลังล้อมหม้อดื่มน้ำซุป ทั้งที่เป็นเพียงน้ำข้าวฟ่างเปล่า ๆ แต่พวกนางกลับดื่มราวกับเป็นของวิเศษจากแดนเซียน
หยางฝานจิบไปคำหนึ่ง
“พวกนางเป็นบุตรสาวของเจ้าหรือ?”
เฉินเสวี่ยส่ายหน้า
“เป็นน้องสาวห่าง ๆ ของข้า หลินชิงเสวี่ยกับหลินชิงเยว่!”
หยางฝานไม่ได้พูดอะไรต่อ ดื่มโจ๊กจนหมดแล้วก็รู้สึกอุ่นไปทั้งตัว ทว่าบาดแผลตามร่างกายกลับเริ่มปวดขึ้นมา
ไม่สิ มันปวดอยู่ตลอด เพียงแต่ก่อนหน้านี้ร่างกายหิวโหยจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว!
‘บัดซบเอ๊ย!’
หยางฝานสบถด่าในใจ คนอื่นทะลุมิติมาไม่มีก็มีระบบ อย่างน้อยก็ต้องมีพรพิเศษติดตัว แต่เขากลับได้ร่างบาดเจ็บสาหัสมาเสียอย่างนั้น เขาถึงกับสัมผัสได้ว่าชีวิตกำลังค่อย ๆ เลือนหายไปทีละน้อย!
เขาทะลุมิติมาทำไมกัน?
เพื่อเพิ่มงานให้กรมจัดการมิติเวลาหรือไร?
“เมื่อครู่ข้าเปลี่ยนยาให้เจ้าแล้ว แต่บาดแผลสาหัสเกินไป ข้าช่วยอะไรไม่ได้!”
คราวนี้หยางฝานถึงสังเกตเห็นว่า ในชามแตกข้าง ๆ ยังมียาสมุนไพรบดละเอียดเหลืออยู่บ้าง
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย ร่างกายข้า ข้ารู้ดี อีกสามวัน อย่างมากก็สามวัน!”
หยางฝานยิ้มขื่น
เฉินเสวี่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นพาเด็กทั้งสองไปยังห้องด้านใน
แม้กระท่อมมุงหญ้าหลังนี้จะไม่ใหญ่ แต่ก็แบ่งเป็นสองห้อง
หลังเด็กน้อยทั้งสองเข้าไปในห้องด้านในแล้ว เฉินเสวี่ยรวบเส้นผมไว้ด้านหลัง ก่อนปีนขึ้นเตียงและนั่งคร่อมขาท่อนล่างของหยางฝาน
“เจ้าสตรีนี่ ทำอะไรของเจ้า? ไม่เห็นหรือว่าข้าบาดเจ็บอยู่!”
เฉินเสวี่ยเสยเส้นผมขึ้น หยางฝานจึงเพิ่งเห็นว่านางเป็นหญิงงามคนหนึ่ง แม้ผิวจะหยาบกร้าน แต่ก็เพราะทำงานหนัก หากได้รับการดูแลอย่างดี นางย่อมเป็นสตรีที่ผู้คนมากมายใฝ่ฝันแต่ไม่มีวันได้ครอบครอง
เฉินเสวี่ยไม่ได้ตอบ เพียงเงียบ ๆ ปลดสายคาดเอวของหยางฝาน
“เฮ้!”
หยางฝานพยายามลุกขึ้น แต่เพียงยกศีรษะขึ้น บาดแผลที่ท้องก็ทำให้เขาต้องล้มลงนอนอีกครั้ง
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ข้าบาดเจ็บอยู่นะ!”
ทว่าความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจากร่างกายกลับทำให้หยางฝานลืมความเจ็บปวดจากบาดแผลไปเสียสิ้น
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เฉินเสวี่ยจึงลุกลงจากเตียง
“ขอโทษ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของข้า ข้าต้องพยายามคว้าเอาไว้ให้ได้!”
ทว่าหยางฝานกลับไม่ได้สนใจเฉินเสวี่ย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีร่วมเรียงเคียงหมอนเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกอย่างประหลาดว่าร่างกายของตนเปลี่ยนแปลงไป
ลึกลงไปในร่างกายคล้ายมีไออุ่นสายหนึ่งเอ่อล้น หยางฝานรู้สึกถึงความเย็นสบายตรงท้อง กล้ามเนื้อที่เสียหายกำลังงอกขึ้นใหม่ แม้ภายนอกจะยังดูน่ากลัว แต่ภายในกลับค่อย ๆ ฟื้นตัวแล้ว!
ความรู้สึกชัดเจนที่สุดคือ เขารู้สึกว่ายังทำต่อได้อีกครั้ง
“นี่คือพรที่ได้จากการทะลุมิติมาหรือ? ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น?”
พอร่างกายดีขึ้น อารมณ์ของหยางฝานก็ดีตามไปด้วย
เขากวาดตามองไปยังห้องด้านใน เห็นเฉินเสวี่ยกำลังยืนกลับหัวอยู่ในท่าทางประหลาด
“นั่นทำอะไรน่ะ?”
มองอยู่ครู่หนึ่ง หยางฝานก็เข้าใจขึ้นมา
นี่กำลังเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์หรือ?
ใช่แล้ว หลี่เจี้ยนหมิงสารเลวนั่นบอกไว้ว่า เฉินเสวี่ยต้องตั้งครรภ์เท่านั้นจึงจะถือเป็นคนของหมู่บ้านนี้
นางกำลังดิ้นรนหาหนทางรอดให้ตนเอง!
ชั่วขณะนั้น ความรู้สึกดี ๆ ที่หยางฝานมีต่อสตรีผู้นี้ก็เพิ่มพูนขึ้นมาก
“แปลกจริง ดวงตาดวงหูของข้าราวกับแจ่มชัดขึ้นด้วย!”
หยางฝานมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผืนฟ้าดินขาวโพลน ทัศนวิสัยถูกบดบัง มองได้ไกลสุดไม่เกินสิบเมตร ทว่าเขากลับเห็นได้ไกลและละเอียดกว่าเดิม แม้แต่นกกระจอกที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบเมตร กำลังกระโดดไปมาบนหิมะเพราะหนาวจนทนไม่ไหว เขาก็ยังมองเห็นชัดเจน
พรสวรรค์ ‘ดวงตาดวงหูแจ่มชัด!’
ทันใดนั้น ข้อมูลชุดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมองของเขา
“ข้าล่ะเชื่อเลย! ร่างเดิมของข้าเป็นทหารสอดแนม ก่อนทะลุมิติมาข้าก็เป็นครูสอนยิงธนู พอมีความสามารถนี้ก็ยิ่งเหมือนเสือติดปีกไม่ใช่หรือ?”
เมื่อร่างกายดีขึ้น ความคิดของหยางฝานก็เริ่มโลดแล่นขึ้นมา
