ฟีลด์เคยคิดจะซื้อทาสเพิ่ม แต่เสียดายที่เงินในกระเป๋าเบาบาง
หากต้องการอยู่รอดท่ามกลางหมอกมรณะ โดยไม่พูดถึงปัจจัยจากอสูรกาย แค่การหายใจก็ต้องพึ่งโคมไฟปัดเป่าหมอก ซึ่งเป็นเครื่องมือเวทมนตร์ที่โบสถ์ผูกขาดการขาย ราคาแสนแพง
ไหนจะค่ากินอยู่ของคนกว่าสองร้อยอีก ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย
"เป็นอย่างไรบ้าง? เงินกู้หาได้หรือยัง?" ฟีลด์เห็นพ่อบ้านเดินออกมาจากสมาคมพ่อค้า ก็รีบสาวเท้าเข้าไปถาม แต่พอเห็นสีหน้าบูดบึ้งของคาโอ ราวกับหนูที่ตายมาได้สามวัน ก็รู้คำตอบในใจทันที
"ขออภัยท่านลอร์ด ต่อให้เป็นพ่อค้าที่โลภมากที่สุด เมื่อได้ยินชื่อของท่าน ก็ไม่มีใครยอมปล่อยกู้ให้เราหรอก" คาโอแบมือ "เพราะมณฑลนอร์ทแลนด์ก็คือคำพ้องความหมายของนรก แม้แต่กองทัพหลวงยังถูกกวาดล้างสิ้น ไม่มีพ่อค้าคนไหนยินดีทุ่มเงินทิ้งเปล่าหรอก"
"ไม่ถูกนะ ข้าเพิ่งได้รับแต่งตั้งวันนี้ เหล่าพ่อค้าข่าวไวปานนั้นเลยหรือ?" ฟีลด์ตั้งใจจะขอกู้เงินสักก้อน หากตายในนอร์ทแลนด์ก็ไม่ต้องใช้คืน หากไม่ตาย การชำระหนี้ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย
คาโอกลอกตา เขาไม่มีอารมณ์จะรับใช้ขุนนางที่กำลังจะเดินไปสู่ความตายเลยจริง ๆ
หากเขาไม่ไปล่วงรู้เรื่องที่พี่สาวของท่านเคานต์แอบมีสัมพันธ์กับคนเลี้ยงม้า เขาอาจได้เป็นพ่อบ้านเมืองอินทรีทองคำที่มีอนาคตสดใส เป็นมือขวาของท่านเคานต์ หรือเป็นอาจารย์ของหลานชายคนโตของท่านเคานต์ ไม่ใช่ต้องไปสังเวยชีวิตในดินแดนต้องสาป!
"เพราะพี่สาวคนที่สองของท่านล่วงรู้ที่ตั้งดินแดนของท่านล่วงหน้า จึงประกาศเตือนเหล่าพ่อค้าในเมืองว่า สิ่งใดที่ท่านซื้อ จะคิดราคาแพงขึ้นสิบเท่า" พ่อบ้านตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย "นอกจากนั้น พวกพ่อค้ายังเข้าใจความหมายของพี่สาวท่านดี จะไม่หยิบยื่นความสะดวกใด ๆ ให้เลย"
ฟีลด์ปาดเหงื่อเย็นเฉียบ โชคดีที่ตอนซื้อทาสไม่ได้แจ้งชื่อเสียงเรียงนามของตน มิฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องของห้าสิบเหรียญทองหรอก
"บ้าจริง นับถือน้ำใจของนางนัก พี่สาวผู้ประเสริฐของข้า" เส้นเลือดบนหน้าผากฟีลด์ปูดโปน
พวกแกคนแล้วคนเล่าไม่คิดจะเห็นข้าเป็นคนเลยใช่ไหม?
ที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ เจ้าของร่างเดิมอยู่มาได้นานขนาดนี้ กลับไม่มีเงินเก็บแม้แต่เหรียญทองแดงสักเหรียญ หนึ่งในสามบริจาคให้คลังสมบัติของตระกูล สองในสามบริจาคให้ป้อมปราการชายแดนเพื่อซื้ออาวุธต่อต้านสิ่งมีชีวิตแห่งความเสื่อมทราม
ขุนนางยากจนของแท้แน่นอน
"กู้เงินไม่ได้ก็ช่างเถิด นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของเหล่าพ่อค้าสายตาสั้น" ฟีลด์เอ่ยอย่างไม่ยี่หระ "งั้นตอนนี้ ไปซื้อปัจจัยการผลิตกัน"
ฟีลด์ใช้เงินหนึ่งร้อยแปดสิบเหรียญทองซื้อม้าต่างถ่อ เครื่องมือการเกษตร อาหาร และหนังสือที่จำเป็นต่อการบุกเบิก ในนั้นมีม้าต่างถ่อสิบเจ็ดตัว ล้วนแต่แก่และอ่อนแอ ในยุคกลาง ม้าถูกเจ้านครควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญยิ่ง ส่วนอาหารนั้นพยายามบรรทุกให้เต็มเท่าที่ทำได้ หากดูจากปริมาณแล้ว เพียงพอให้คนสมัยใหม่บริโภคได้เพียงครึ่งเดือน
แต่ทาสหาได้ต้องการการปฏิบัติเช่นนั้น ขนมปังดำวันละก้อนก็เลี้ยงชีพได้แล้ว ขนมปังดำสองก้อนที่มีเปลือกไม้และขี้เลื่อยปน ทาสจะคุกเข่าเรียกท่านว่าพ่อเลยทีเดียว
ดังนั้นอาหารจึงกินได้ราวสามสิบห้าวันอย่างเหลือเฟือ
"ส่วนเครื่องมือเวทมนตร์ ไปซื้อที่เมืองชายแดนเถอะ บรรดานายทหารหักหลังพวกนั้นจะยอมขายแบบลดราคาให้"
เหมือนกับกองทัพระบบศักดินาในยุคโบราณ ที่ขยันขายอาวุธยุทโธปกรณ์ของพลทหาร แล้วยังโกงค่าหัวอีก
เดิมทีฟีลด์อยากไปโรงเตี๊ยมเพื่อรับสมัครคนเก่ง ๆ หรือทหารรับจ้าง แต่น่าเสียดายที่พวกเขาพอได้ยินว่าต้องไปดินแดนทไวไลท์ ก็ปฏิเสธโดยไม่ลังเล
"ที่นั่นเหมือนส่งเราไปตายไม่มีผิด"
"ข้าแนะให้เจ้าหนีไปอยู่ประเทศอื่นเสียเถิด ต่อให้เป็นแมลงสาบที่แกร่งกล้า ยังต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงในที่แห่งนั้น"
เสียงเตือนของพวกทหารรับจ้างยังดังก้องในห้วงความคิด ฟีลด์ขมวดคิ้วและนวดขมับ ก่อนหันมองสาวน้อยหูสัตว์ที่ขดตัวอยู่บนเกวียนฟางแห้ง ฟีลด์สงสัยว่าเด็กสาวคนนี้มีความพิเศษใดกันแน่
พวกเขาแวะพักที่สถานีเปลี่ยนม้าแห่งหนึ่ง ฟีลด์ให้ทุกคนพักผ่อนหนึ่งคืน
เช้าวันถัดมา เขาจึงเรียกตัวสาวน้อยหูสัตว์มาพบ
"เจ้าชื่ออะไร? เมื่อคืนพักผ่อนดีหรือไม่?" ฟีลด์กวาดตามองทาสที่มูลค่าห้าสิบเหรียญเงิน ตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของนาง ในใจก็รู้สึกขบขัน
"อา... อาร์ชินา"
ปากขยับอยู่ชั่วครู่ กว่าอาร์ชินาจะเอ่ยชื่อของตนออกมาอย่างยากลำบาก นางไม่ได้พูดเป็นเดือนแล้ว
นางรอคอยการมาถึงของโชคชะตาด้วยความหวาดกลัวมาตลอด ไม่คาดคิดว่าจะมีวันได้พูดจากันตามปกติอีกครั้ง
หลังจากสาวใช้ทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน สาวน้อยหูสัตว์ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน เส้นขนที่พันกันแห้งกรัง เมื่อผ่านการชำระก็กลับมานุ่มสลวยและเป็นประกาย ผมยาวสีขาวบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะสยายลง ประกอบกับใบหน้าอันประณีต ดูเงียบสงบและงดงาม เป็นหญิงงามสุกงอมบางเบาที่ฟีลด์โปรดปราน ทว่าหูหมาป่ากับหางที่สั่นไหวไม่หยุดนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่สงบของนางอย่างชัดเจน
หลังจากบอกชื่อ จุดสีเขียวบนหัวของอาร์ชินาก็หายไป ถูกแทนที่ด้วยแผงข้อมูลเรียบง่าย
ชื่อ: อาร์ชินา
ระดับ: ยังไม่ตื่นรู้
เส้นทางวิวัฒนาการ: ผู้ถูกเลือกแห่งพลหมาป่า
สถานะ: ขาดสารอาหาร เกือบล่มสลาย
(โปรดเติมสารอาหาร!)
"บ้าจริง!" ฟีลด์กลั้นไม่อยู่ หลุดอุทานออกมา
จุดสีเขียวกลับเป็นผู้ถูกเลือกที่ยังไม่ตื่นรู้! ฟีลด์ตะลึงงัน นิ่งเงียบไปนาน
เพราะถ้าแผนที่ทำเครื่องหมายจุดสีเขียวได้ เช่นนั้นย่อมไม่ใช่การระบุเพียงครั้งเดียวเป็นแน่!
ทุกปีในวันที่หนึ่งเดือนกันยายนคือวันตื่นรู้แห่งอาณาจักร สตรีที่อายุถึงเกณฑ์ทุกคนต้องเข้ารับการตรวจ แม้ความเป็นไปได้ที่จะตื่นรู้เป็นผู้ถูกเลือกนั้นน้อยนิด ทว่าด้วยมุลค่าของพวกนาง ต่อให้ต้องเสียทรัพยากรจำนวนมหาศาลก็ยังคุ้มค่า
ฟีลด์เดินกลับไปกลับมาอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็เหวี่ยงหมัดสองที ความสามารถของตนมีศักยภาพมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย
การเดินทางไปดินแดนทไวไลท์ครั้งนี้ อาจสามารถสร้างฐานที่มั่นคงได้จริง ๆ ก็เป็นได้
อาร์ชินาเห็นกิริยาพิลึกของฟีลด์ เข้าใจผิดว่าเขาคิดแผนร้ายเพื่อทรมานนาง จึงหวาดกลัวจนขาสั่น ชายกระโปรงถูกขยำแล้วคลายออกซ้ำ ๆ นางไม่รู้ว่ากำลังเผชิญกับอะไร
อันที่จริง หลังจากถูกฟีลด์ซื้อมา นางเคยคิดจะลุกขึ้นสู้กลับ แม้จะถูกสัญญาทาสต่อต้าน นางก็ไม่ยอมตายอย่างอัปยศ แต่จะขย้ำคอของศัตรูให้สาสม
แต่สาวใช้กลับดึงนางไป ถอดเสื้อ อาบน้ำ และขัดถูทุกซอกทุกมุมอย่างสะอาดเอี่ยม ตั้งแต่เกิดมา นางไม่เคยคิดว่าจะมีใครช่วยอาบน้ำให้ ยิ่งเหลือเชื่อกว่านั้นคือแม้แต่การสวมเสื้อ นุ่มสบายราวไร้น้ำหนักเมื่อสวมใส่ ไม่มีหมัดกระโดดกัด ไม่ทำให้ผิวหนังเป็นรอย
"บางทีอาจเป็นเครื่องสังเวยให้ปีศาจ" อาร์ชินาคิดฟุ้งซ่าน "รอให้ถึงคราวคับขันก่อน แล้วค่อยสู้กลับ! จะต้องสั่งสอนมวลมนุษย์ชั่วร้ายพวกนี้ให้เห็นดีแน่!"
"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ใช่พวกโรคจิตที่ฆ่าคนเพื่อความสนุก ข้าซื้อพวกเจ้ามาเพื่อบุกเบิกดินแดนของข้า" ฟีลด์ลดเสียงต่ำ พยายามทำตัวให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอนกายพิงเก้าอี้ตามสบาย ท่วงทีเกียจคร้านนั้นดูไร้ซึ่งภัยคุกคาม "ว่าแต่ เสื้อตัวนี้พอดีกับตัวเจ้าหรือไม่?"
นี่คือชุดสาวใช้ที่ดัดแปลงมาจากเครื่องแต่งกายสาวใช้ทั่วไป เสื้อผ้าสาวใช้ในโลกนี้ค่อนข้างมิดชิด เผยให้เห็นเพียงช่วงน่องกับมือทั้งสองข้าง ราวกับเป็นชุดแม่ชี ไม่ใช่แม่ชีแบบเปิดข้างเพื่อความรื่นรมย์แต่อย่างใด