ข่งซือเฉียนตะลึงงัน
ข่งซือเฉียนเงียบกริบ
ข่งซือเฉียนแค่นหัวเราะ นี่กำลังข่มขวัญเขาอยู่หรือไง? ก็แค่ดาราตัวเล็ก ๆ แท้ ๆ ไม่คิดถึงผลที่จะตามมาหลังจากทำให้เขาขุ่นเคืองบ้างหรือไง?
เจียงอวี่ไม่ยอมสละที่นั่ง ข่งซือเฉียนจึงถูกทิ้งให้ยืนเก้ออยู่ตรงนั้นชั่วขณะ
เขามองที่นั่งที่ผู้กำกับจางจัดไว้ให้ แล้วพบว่ามันไม่ใช่ตำแหน่งกลาง ทั้งที่เขาเป็นแขกรับเชิญที่อาวุโสที่สุดแท้ ๆ คนพวกนี้รู้จักดูสีหน้าคนบ้างไหม!
ข่งซือเฉียนมองลู่หมิงเซวียนด้วยสายตาเปี่ยมอำนาจ
เสี่ยวลู่บิดตัวเขินอาย พลางจิ้มนิ้วเข้าหากัน “ฉันท้องแล้วนะ มองฉันแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันคงรักนายไม่ได้แล้วล่ะ”
【ฮัลโหล ฮัลโหล อาจารย์! สถานการณ์ฉุกเฉินมาก เพื่อนฉันโดนผีสิงอยู่ ใช่ คนที่ชื่อลู่หมิงเซวียนนั่นแหละ เขา เขาเสียสติไปแล้ว!】
ข่งซือเฉียน: “?!”
เขาหันไปมองซ่งไป๋เจียที่นั่งอยู่ข้างลู่หมิงเซวียนโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวซ่งกลอกตา ไม่พูดสักคำแต่สื่อความหมายได้ครบถ้วน
【โห ไม่ยักรู้ว่าพี่ตัวพ่อของเราจะเป็นพวกปากแข็งใจอ่อน】
ข่งซือเฉียน: “……”
สามคนติดกันไม่มีใครยอมสละที่นั่งให้ ตอนนี้ถ้าเขาต้องเดินคอตกกลับไปนั่งที่เดิม ไม่ขายหน้าแย่หรือ?
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าที่นั่งของเย่หลิงอยู่ติดกับเซี่ยหวยโจวพอดี
เซี่ยหวยโจวเป็นทายาทตระกูลเซี่ย ใครบ้างไม่อยากประจบ?
ถ้าได้นั่งข้างเซี่ยหวยโจว เขาต้องทำให้อีกฝ่ายประทับใจในความรู้ได้แน่ ต่อจากนี้ทรัพยากรของตระกูลเซี่ยก็จะหลั่งไหลมาถึงมือเขาไม่ขาดสาย ฮ่า ๆ ๆ ๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น ใคร ๆ ก็พูดว่าเซี่ยหวยโจวกับเย่หลิงแค่ทำเป็นรักกันต่อหน้า แต่ในใจไม่ลงรอยกัน คุณเซี่ยคงรำคาญเย่หลิงมากเหมือนกันสินะ? ถ้าแยกพวกเขาออกจากกัน คุณเซี่ยต้องขอบคุณเขาแน่!
ฮ่า ๆ ๆ ๆ!
ข่งซือเฉียนเงยหน้าหัวเราะลั่น!
