หลังมื้ออาหารจบลง ทุกคนต่างกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ยกเว้นข่งซือเฉียน
ท้องของข่งซือเฉียนว่างเปล่า จนโมโหแทบควันออกหู เขาแค่นเสียงแล้วเดินจากไป
ตอนเดินออกไป เหนือศีรษะของเขามีข้อความ [โชคชะตานางเอก 6%] ปรากฏให้เห็นเลือนราง
เย่หลิงลูบคาง นี่ก็ 6% เหมือนกันเหรอ? ถึงเขาจะชื่อข่งซือเฉียน แต่ก็ไม่ได้มีค่าขนาดนั้นจริง ๆ
“อาจารย์เมิ่ง” ทันใดนั้น ซูหว่านฉิงก็ถือแซนด์วิชเดินเข้ามา เธอพูดกับเมิ่งเหยียนด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่า
“อาจารย์ข่งจะไม่กินข้าวเลยก็ไม่ได้ ฉันใช้เงินไปขอซื้อแซนด์วิชจากผู้กำกับมา คุณเอาไปให้เขาสิ อย่างน้อยก็กินอะไรสักหน่อย”
【หว่านฉิงใจดีจริง ๆ ถึงกับใช้เงินซื้อของกินไปให้อาจารย์ข่ง】
【นี่สิถึงจะเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังควรทำ ไม่ใช่ยืนมองผู้อาวุโสอดข้าวโดยไม่พูดอะไรสักคำ!】
เมิ่งเหยียนหลุดปากว่า “ข่ง... เขาไม่กินแซนด์วิช”
ซูหว่านฉิงถอนหายใจ แววตาราวกับกำลังตำหนิว่าเมิ่งเหยียนไม่รู้จักคิด “อาจารย์ข่งยังไม่ได้กินข้าว ตอนนี้ไม่ต้องสนแล้วว่าอร่อยหรือเปล่า อาจารย์เมิ่ง รีบไปเถอะค่ะ”
【เมิ่งเหยียนไม่รู้จักคิดเลย เธอคู่ควรเป็นภรรยาของอาจารย์ข่งตรงไหน?】
【นั่นสิ ฉันว่านางแค่ไม่อยากเอาไปให้ ยังห่วงอาจารย์ข่งไม่เท่าหว่านฉิงเลย】
ซูหว่านฉิงเห็นข้อความวิ่งบนแท็บเล็ตที่วางอยู่ข้าง ๆ จึงส่ายหน้าแล้วยิ้ม
“อาจารย์ข่งเป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิง พวกเรารุ่นน้องก็ควรดูแลเขาให้มากหน่อยค่ะ เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว”
