“อธิการบดี”
ทุกคนลุกขึ้นต้อนรับเวยอัน เวยอันยิ้มพลางพยักหน้า “ทุกคนนั่งเถอะ”
อธิการบดีเวยอันสวมชุดกระโปรงเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต ลูกไม้ตรงปลายแขนเสื้อพลิ้วไหวราวกับคลื่น นั่งลงตรงหัวโต๊ะประชุม ส่วนสืออวี๋ที่ยืนอยู่ข้างกายเธอกลับไม่มีใครแนะนำที่นั่งให้ สายตาของทุกคนจึงพากันจับจ้องมาที่เธอ
เธอช่างไม่เข้ากับที่นี่เอาเสียเลย
เหล่าคุณครูของสถาบันคลีอาคิด
แต่สืออวี๋ไม่ได้คิดเรื่องเข้ากับที่นี่หรือไม่เลยสักนิด เธอกำลังชั่งใจด้วยซ้ำว่าเก้าอี้ฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาของอธิการบดีนั่งสบายกว่ากัน
ไม่มีใครสนใจเธอ และไม่มีใครบอกให้นั่งตรงไหน
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเธอนั่งตรงไหนก็ได้หรือเปล่า
น่าเสียดายที่เธอยังไม่ทันได้ขยับ ก็ถูกลี่เหยียนคว้าแขนไว้ เขาพูดเสียงเย็นชา “นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ”
สืออวี๋ถูกเขากระชากแขนจนรู้สึกเจ็บ เธอขมวดคิ้ว “ปล่อย”
ลี่เหยียนยิ่งมั่นใจว่าสืออวี๋ต้องมีปัญหาทางสมองแน่ ๆ — ผู้หญิงคนนี้ดูสีหน้าคนกับบรรยากาศไม่เป็นเลยหรือไง?!
เธอเข้ามาในสถาบันคลีอาได้ยังไงกัน?!
เวยอันยกมือขึ้น “ไม่เป็นไร ให้เธอนั่งตรงนี้เถอะ จะได้รู้จักทุกคนพอดี”
เวยอันแนะนำเธอให้ทุกคนรู้จัก “สืออวี๋ เพื่อนร่วมงานใหม่ของเรา ทุกคนต้อนรับเธอหน่อย”
เหล่าคุณครูปรบมืออย่างรู้กาลเทศะ
“สืออวี๋ แนะนำตัวเองหน่อยสิ”
สืออวี๋มองไปยังเหล่าคุณครู
พูดกันตามตรง ชื่อเสียงอย่าง ‘สถาบันชั้นนำ’ ‘การศึกษาสำหรับชนชั้นยอด’ และ ‘ตำนานไร้พ่าย’ ของสถาบันคลีอาไม่ได้กล่าวเกินจริง คุณสมบัติเหล่านั้นเห็นได้ชัดจากเหล่าคุณครูด้วย
คุณครูของสถาบันคลีอาไม่มีเบต้าเลย ที่นั่งยังแบ่งแยกอัลฟ่ากับโอเมก้าออกจากกันอย่างชัดเจน ครูฝั่งซ้ายทุกคนรูปร่างสูงใหญ่ แผ่บรรยากาศคุกคามและกดดันออกมาเงียบ ๆ ส่วนครูฝั่งขวาดูบอบบางอ่อนโยนกว่ามาก ตอนสืออวี๋มองไป ครูคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวล้วนก็ส่งยิ้มกลับมา
จำนวนครูฝั่งซ้ายมีมากกว่าฝั่งขวาอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าครูฝั่งไหนก็สวมเสื้อผ้าที่ตัดเย็บพอดีตัวและเนื้อผ้าดี ต่อให้วินาทีถัดไปพวกเขาไปปรากฏตัวในงานแฟชั่นชั้นสูงหรืองานเลี้ยงธุรกิจ ก็คงไม่ดูแปลกแยกเลยสักนิด
สืออวี๋เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองใส่ชุดลำลองหลวม ๆ อยู่ จึงก้มมองเสื้อผ้าบนตัว
ไม่ใช่แค่แต่งตัวตามสบาย ผมของเธอก็ปล่อยสยายลงบนไหล่ เครื่องประดับดี ๆ สักชิ้นก็หาไม่เจอ มีเพียงลูกปัดรูปร่างไม่สม่ำเสมอที่ไม่รู้ทำจากวัสดุอะไร ร้อยกับเชือกสีดำผูกไว้ที่ข้อมือ
ดูยังไงก็เหมือนตัวประกอบธรรมดาที่ถูกสุ่มเลือกจากถนนให้เข้ามาเยี่ยมชมโรงเรียนคนรวย
แต่ฉันก็เป็นตัวประกอบจริง ๆ นี่นา
สืออวี๋คิดอย่างสมเหตุสมผล
“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อสืออวี๋ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
การแนะนำตัวสั้น ๆ ธรรมดา ไม่โดดเด่นเลยสักนิด
คุณครูด้านล่างต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป
ในกลุ่มแชตของเครื่องสื่อสารมีเสียงติ๊งต่องดังไม่ขาดสาย
< คลาสพีจบแค่นี้แหละ (32)
【เพื่อนร่วมงานใหม่มีเอกลักษณ์จัง】
【เพิ่งเคยเห็นหัวหน้าลี่ทำหน้าเหมือนจะกระอักเลือดเป็นครั้งแรก】
【เธอดูเด็กมากเลย】
【ได้ยินว่าเป็นเด็กเส้น (ชู่ว)】
【งั้นเธอจะมาปรับระบบที่ทำงานได้ไหม?】
【ช่วยจัดระเบียบพวกคุณชายคุณหนูพวกนั้นได้หรือเปล่า?】
【ขอให้เพื่อนร่วมงานใหม่ลงมือหนัก ๆ】
【ขอให้เพื่อนร่วมงานใหม่ปากแซ่บใส่พวกนั้น】
【ขอให้เพื่อนร่วมงานใหม่พุ่งชนโลกให้กระจุย】
【สนับสนุนเพื่อนร่วมงานใหม่ล้มสถาบันคลีอาให้ได้!】
เวยอันยิ้มอีกครั้ง “สืออวี๋พูดไม่ค่อยเก่ง”
สืออวี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เพราะไม่มีอะไรให้พูดมากนี่คะ”
เวยอัน “……”
ลี่เหยียน “……”
เหล่าคุณครู “……”
<คลาสพีจบแค่นี้แหละ (32)
【ว้าว——】
【ว้าว————】
【ว้าว——————】
【พวกอัลฟ่าบ้านั่นจะแอบนินทาเพื่อนร่วมงานใหม่เหมือนกันไหม?】
【อัลฟ่าน่าเบื่อจะตาย ไม่ทำอะไรสนุก ๆ แบบนี้หรอก】
【ดึงเพื่อนร่วมงานใหม่เข้ากลุ่มเราได้ไหม รู้สึกว่าเธอน่าสนใจดี】
【ใครไปขอช่องทางติดต่อดี?】
【เมื่อกี้อาจิ่นยิ้มให้เธอหรือเปล่า】
【เธอดูเป็นคนตะวันออก อาจิ่นก็มีเชื้อสายตะวันออกเหมือนกัน】
【เธอลงมาแล้ว!】
“สืออวี๋ ไปนั่งกับคุณครูเถอะ”
สืออวี๋พยักหน้า แล้วค่อย ๆ เดินลงไปทีละก้าว
เธอลังเลอยู่บ้าง
ฝั่งอัลฟ่าดูดุเกินไป เบต้าอย่างเธอเข้าไปนั่งปะปนด้วยก็คงไม่เข้าพวก
ส่วนฝั่งโอเมก้าก็ดูสูงส่งเกินไป เบต้าอย่างเธอเข้าไปนั่งด้วยก็คงกระอักกระอ่วน
นั่งตรงกลางคนเดียวดีไหมนะ?
ยังไงทั้งสองฝั่งก็คงไม่อยากอยู่กับเธออยู่แล้ว
ขณะที่เธอตัดสินใจได้และกำลังจะไปนั่งตรงกลางพอดี
มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาขวางตรงหน้าเธอ
มือนั้นขาวสะอาด นิ้วเรียวยาว นิ้วชี้สวมแหวนหยก แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวได้รับการดูแลอย่างดี
อิ้งหวยจิ่นยิ้มแย้ม ใบหน้าหล่อสวยราวกับหญิงงาม ไฝแดงตรงหางตายิ่งขับให้ดูน่าหลงใหล “คุณครูสือ ช่วยให้เกียรติมานั่งฝั่งผมหน่อยได้ไหมครับ?”
เห็นสืออวี๋ลังเล เขาก็เอื้อมมือมาคล้องมือเธอทันที “อย่าปฏิเสธผมเลยนะ ผมจะเสียใจเอา”
สืออวี๋กะพริบตา “ได้ค่ะ”
เธอนั่งลงข้างอิ้งหวยจิ่น เขาโน้มตัวเข้ามา ถูไถใกล้ ๆ ราวกับกำลังดมกลิ่นเธอ
“ผมเหมือนไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนของคุณเลย?”
“ไม่มีค่ะ” สืออวี๋อธิบายเสียงเบา “ฉันเป็นเบต้า”
“เบต้า?” คราวนี้อิ้งหวยจิ่นเป็นฝ่ายประหลาดใจ “คุณนี่มัน…”
“?”
สายตายิ้ม ๆ ของอิ้งหวยจิ่นกวาดผ่านใบหน้าสืออวี๋ แต่เขาไม่ได้พูดความคิดที่แท้จริงออกมา “ไม่มีอะไร แค่แปลกใจนิดหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็เป็นคุณครูเบต้าเพียงคนเดียวของที่นี่แล้ว”
“ยินดีต้อนรับนะ ผมชื่ออิ้งหวยจิ่น มีอะไรก็มาหาผมได้”
“ขอบคุณค่ะ” สืออวี๋พูด ก่อนจะชมความงามของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา “คุณสวยมากเลย เหมือนเทพีแห่งดวงจันทร์”
อิ้งหวยจิ่นเลิกคิ้ว “เทพีแห่งดวงจันทร์?”
“อาร์เทมิสค่ะ”
“ผมนึกว่าคุณจะพูดถึงฉางซีเสียอีก”
“ถ้าผมของคุณเป็นสีดำก็คงใช่ค่ะ”
อิ้งหวยจิ่นหัวเราะอีกครั้ง รู้สึกว่าสืออวี๋พูดจาน่าสนใจ “สีผมผมเหมือนแม่ครับ”
เส้นผมสีขาวทองพลิ้วไหวดุจแพรไหม ยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้เขา ใบหน้าของเขาไม่ได้มีเค้าตะวันออกทั้งหมด และก็ไม่ได้เป็นแบบตะวันตกทั้งหมด หากหลอมรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ดูมีมิติแต่ไม่คมดุ ผิวพรรณผุดผ่องงดงามจนแยกเพศได้ยาก รูปร่างบอบบางกว่าอัลฟ่า แต่ไหล่กว้างและขายาว สัดส่วนสมบูรณ์แบบ
เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวเว้าคอเป็นรูปตัววีเล็กน้อย ริบบิ้นสีเดียวกับเสื้อถูกผูกไว้รอบลำคอเรียวยาว ดูสบาย ๆ แต่สง่างาม
เวยอันกระแอมเบา ๆ “พรุ่งนี้เป็นวันรายงานตัวของนักเรียนแล้ว วันนี้เราประชุมตามปกติ ฉันจะย้ำเรื่องสำคัญสักสองสามข้อ…”
“…พรุ่งนี้คุณครูประจำชั้นทุกคนต้องไปตรวจสอบการรายงานตัวของนักเรียน หากมีเรื่องอะไรให้ติดต่อหัวหน้าลี่หรือฉันทันที ห้ามเกิดเหตุการณ์แบบปีที่แล้วขึ้นอีก”
ปีที่แล้วสถาบันคลีอาเกิดเหตุคุณชายคุณหนูขับยานบินชนกันขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ชนกันทีเดียวก็ทำยานบินที่ดัดแปลงมาอย่างพิถีพิถันพังไปถึงสองลำ แถมยังเกิดค่าซ่อมมหาศาลขึ้นอีกสองก้อน ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นคุณชายคุณหนูที่ครอบครัวเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม ไม่มีใครยอมกลืนความไม่พอใจลงไปได้ เถียงกันก็หาข้อสรุปไม่ได้ สุดท้ายโมโหจนคิดจะชนกันอีกครั้งเพื่อให้รู้ดำรู้แดง
ถ้าลี่เหยียนมาไม่ทัน เรื่องคงบานปลายไปถึงไหนก็ไม่รู้
“ตารางสอนของคุณครูประจำวิชาทุกคนกำหนดเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจัดครูที่ปรึกษา… เพื่อความยุติธรรม เราจับฉลากกันดีไหม?”
เวยอันพูดแล้ว ไม่มีใครคัดค้าน
“สืออวี๋ เธอเริ่มก่อนเลย”
สืออวี๋เดินไปข้างหน้า แล้วยื่นมือควานหยิบฉลากในภาชนะทึบแสงตามใจ
ฉลากอิเล็กทรอนิกส์ค่อย ๆ คลี่ออก หน้าจอแสดงผลให้ทุกคนเห็น
