วันรุ่งขึ้น มู่เหมี่ยนถือเค้กชิ้นเล็กสีเขียวไปทำงาน
เฉินเสวี่ยเห็นเค้กในมือมู่เหมี่ยนก็แปลกใจเล็กน้อย “เหมียนเหมียน เค้กชิ้นนี้สวยจัง ซื้อมาให้ฉันเหรอ?”
มู่เหมี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบเอาเค้กซ่อนไว้ข้างหลัง เธอยิ้มอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย “เฉินเสวี่ย ขอโทษนะ ไม่ได้เอามาให้เธอ ถ้าเธอชอบ คราวหน้าฉันซื้อให้ก็ได้”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว เค้กนี่หัวหน้าฝางซื้อให้เธอใช่ไหมล่ะ ถึงได้หวงนัก จุ๊ ๆ มู่เหมี่ยน ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อน” เฉินเสวี่ยขยับเข้ามาใกล้ แล้วพูดหยอกล้อ
เฉินเสวี่ยไม่เข้าใจ! มู่เหมี่ยนรู้สึกว่าคำพูดของเฉินเสวี่ยแปลกมาก เธอไม่ค่อยเข้าใจเลยสักประโยค
มู่เหมี่ยนชี้แจงว่า “ไม่ใช่ฝางรุ่ยซื้อให้ เจ้าของร้านเค้กให้มาต่างหาก แต่ฝางรุ่ยเป็นคนพาฉันไปร้านเค้ก”
“เหมียนเหมียน ช่วงนี้มีคนซุบซิบกันเยอะมาก บอกว่าเธอกับหัวหน้าฝางคบกัน ฉันเห็นระยะนี้เธอตัวติดกับหัวหน้าฝางตลอด พวกเธอสองคนคบกันจริง ๆ หรือเปล่า?” ดวงตาเฉินเสวี่ยเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เฉินเสวี่ยสังเกตว่ามู่เหมี่ยนแทบไม่เคยทอดสายตาไปหยุดอยู่ที่คนเป็น เธอไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวส่วนใหญ่ แต่เมื่อใดก็ตามที่ฝางรุ่ยปรากฏตัว สายตาของมู่เหมี่ยนก็จะจับจ้องเขาได้อย่างแม่นยำราวกับเรดาร์
พอสังเกตไปนานเข้า เฉินเสวี่ยก็พบว่าเธอกำลังจิ้นคู่หนึ่งอยู่เข้าให้
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมู่เหมี่ยนกับฝางรุ่ยชวนให้สนใจ หลายครั้งมีเพียงฝางรุ่ยเท่านั้นที่เข้าใจวิธีคิดของมู่เหมี่ยน ทั้งคู่มีความเข้าอกเข้าใจกันอย่างประหลาด อีกทั้งฝางรุ่ยยังอดทนกับมู่เหมี่ยนเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีตำรวจหญิงตามจีบฝางรุ่ย แต่เขาแสดงท่าทีเย็นชามาตลอด ทว่ากับมู่เหมี่ยน เขากลับตามใจทุกอย่างที่เธอขอ
มู่เหมี่ยนพยักหน้า “คบกันเหรอ? ใช่ ช่วงนี้เราอยู่ด้วยกัน”
