ทั้งสองเดินหยุดพักเป็นระยะ แต่สุดท้ายก็มาถึงบ้านของเจียงเยวี่ยไป๋จนได้
เอ่อเอ่อร์ตัวโต๋ตั้งใจเดินให้ช้าลง แต่ก็ยังมาถึงเร็วอยู่ดี เขาอยากช่วยเจียงเยวี่ยไป๋ถืออ่างน้ำ แต่เธอไม่ยอม
จนกระทั่งยืนอยู่หน้าท่อส่งน้ำ เขาถึงยอมเอ่ยปากอย่างเสียไม่ได้ว่า
“ถึงเร็วจริง ๆ งั้นเธอก็รีบกลับบ้านเถอะ ช่วงนี้ระวังตัวหน่อยล่ะ”
“ฉันรู้ดี” เจียงเยวี่ยไป๋ยิ้มบาง ๆ แล้วเตือนว่า
“นายก็ระวังตัวด้วยนะ มนุษย์อสูรน้อยนั่นถูกมนุษย์อสูรกลุ่มนอกทำร้าย พวกนั้นยังบอกว่าจะออกปล้นสะดม นายทำงานอยู่ที่โรงเก็บขยะ ยิ่งต้องระวัง”
นี่เธอเป็นห่วงเขาหรือ?
เอ่อเอ่อร์ตัวโต๋รู้สึกอบอุ่นในใจ รีบตอบว่า
“เธอสบายใจได้ ฉันเก่งจะตายไป อย่ากังวลเกินไปเลย ฉันจะแวะมาหาเธอบ่อย ๆ ไม่ให้เกิดเรื่องกับเธอหรอก”
เจียงเยวี่ยไป๋ไม่รู้จะตอบยังไงดี แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอยากจีบเธอ แต่เธอคิดว่ามันเร็วไปหน่อย ได้แต่พยักหน้า พอเปิดฝาเหล็กทางเข้า ขวดสารอาหารเหลวสีทองอร่ามในพงหญ้าก็กลิ้งออกมา
เธอก้มลงเก็บแล้วหันไปถามว่า
“เอ่อเอ่อร์ตัวโต๋ นี่ของฝากจากนายใช่ไหม?”
เอ่อเอ่อร์ตัวโต๋ไม่คิดว่าของขวัญของตัวเองจะถูกเจอต่อหน้าต่อตา ทันใดนั้นก็ทำตัวไม่ถูก มือไม้อยู่ไม่เป็นที่ ตะกุกตะกักตอบว่า
“ฉัน ฉันไม่รู้ อย่าถามฉันเลย”
พูดจบก็รีบเดินจากไปอย่างลนลาน มือขวาแกว่งพร้อมขาขวา ขาซ้ายยกตามมือซ้าย ดูพิกลพิลั่นราวกับตีตัวออกห่างทั้งที่ความจริงแอบทำอะไรไว้
เจียงเยวี่ยไป๋มองแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปเร็ว ๆ แล้วลองชั่งน้ำหนักสารอาหารเหลวในมือที่เข้มข้นราวน้ำผึ้ง ดวงตาโค้งขึ้นเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
