(บทที่แล้วเสริมเนื้อหามานิดหน่อย คนที่อ่านก่อนหน้านี้เลื่อนกลับไปดูได้นะ!)
เจียงเยวี่ยไป๋กอดอัญมณีมูลค่ามหาศาลไว้ในอ้อมแขน นั่งนิ่งบนเตียงเล็กของตัวเอง ใจคอพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกหลากหลาย
แสงไฟสลัวสีหม่นส่องลงบนใบหน้าที่ทาดำของเด็กสาว มองสีหน้าไม่ออก
มีเพียงเงาร่างผอมบางที่ดูโดดเดี่ยว
เจียงเยวี่ยไป๋เห็นเงาของตัวเองในตัวอสูรน้อยตัวนั้นอีกครั้ง
เธอก็มาอยู่ที่นี่แบบกะทันหันเหมือนกัน เหมือนหลงเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์
ตอนแรกหาทิศทางไม่เจอ ภัยอันตรายกับความดีชั่วกลายเป็นเส้นบางพร่าเลือน ไม่อาจแยกแยะ ไม่รู้จะมองออกที่ไหน
ไม่เป็นไร
เจียงเยวี่ยไป๋บอกตัวเอง ก่อนจะรีบเก็บกล่องเหล็ก แววตาที่วิบวับค่อย ๆ แน่วแน่ขึ้นท่ามกลางความคิดที่หมุนวน
ฟ้ากว้างนกย่อมบินได้ไกล ทะเลกว้างปลาย่อมแหวกว่าย!
โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ จะไม่มีที่ให้เจียงเยวี่ยไป๋อย่างเธอได้ใช้ความสามารถและแสดงฝีมือเลยรึไง?
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เจียงเยวี่ยไป๋ก็เริ่มเปิดดูรายรับหลังบ้านของตัวเอง
สองวันนี้ รายรับจากการดูเพิ่มขึ้นมากกว่า 20,000 เหรียญดารา ทิปหลังบ้านก็เพิ่มขึ้นกว่า 300,000 ตอนนี้รายรับหลังบ้านอยู่ที่ 5,200,000 กว่าเหรียญดารา
เด็กสาวไม่ได้แปลกใจกับอัตราการเพิ่มนี้เลย ทราฟฟิกในจัตุรัสเล็ก ๆ ถูกแอคเคาท์ของเธอดูดจนเกลี้ยงแล้ว ถ้าอยากได้ฐานแฟนใหม่ ๆ ก็ต้องรอการโปรโมตจากจัตุรัสใหญ่เท่านั้น
แถมช่วงนี้เธอไม่ได้จัดกิจกรรมเติมเงินด้วย รายได้ก้อนนี้มาจากการทิปของมนุษย์อสูรโดยสมัครใจล้วน ๆ ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่งามไม่น้อยเลย
เจียงเยวี่ยไป๋ไม่เคยสนับสนุนให้จัดกิจกรรมเติมเงินบ่อย ๆ กับแอคเคาท์ 'เยวี่ยเยวี่ยสายปั้น' มาตลอด เธออยากสร้างตลาดระยะยาว ก็ต้องใส่ใจเนื้อหาของแอคเคาท์และปฏิสัมพันธ์กับแฟน ๆ
