รอยยิ้มของเจียงเถียนเถียนเริ่มจะประคองไว้ไม่อยู่แล้ว
ฝูชิงจือจ้องไปที่กระโปรงของสวี่ทิงอวี๋ การออกแบบและฝีมือของกระโปรงตัวนี้เป็นฝีมือของเคซี่ ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับนานาชาติ เธอมองออก
ดังนั้นต่อให้กระโปรงตัวนี้เป็นรุ่นลำลอง ก็ต้องมีราคาเริ่มต้นหลักล้าน
ฉินซวงหลิวทั้งสามคนเป็นคนเก๋าในวงการบันเทิง พวกเขาไม่เขียนความรู้สึกลงบนใบหน้า เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มอย่างสุภาพ แล้วชมสองสามคำ
“เอ๊ะ แล้วอีกคนหนึ่งเป็นใครเหรอ?” เจียงเถียนเถียนเห็นคนทั้งหมดมัวแต่มุงสวี่ทิงอวี๋ ก็รีบเอ่ยปากถาม
“ไม่รู้สิ” เฉียวลู่อวิ๋นเอนตัวไปด้านหลัง แขนพาดบนพนักพิงโซฟา จากมุมมองของสวี่ทิงอวี๋ดูเหมือนเขากำลังโอบเจียงเถียนเถียนไว้ในอ้อมแขน
แต่สวี่ทิงอวี๋ไม่แม้แต่จะมองทั้งคู่ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าแขกคนสุดท้ายเป็นใคร
“ทุกคนรอสักครู่ แขกคนสุดท้ายกำลังจะมาแล้ว” ผู้กำกับหลิวเดินออกมาพูดพลางยิ้ม หัวล้าน ๆ ของเขาแทบจะไม่มีเส้นผม สวี่ทิงอวี๋ดูแล้วอดขำไม่ได้
“เอ๊ะ มาแล้ว” เฟิงฉีเดินเข้ามาจากประตูแล้วพูดขึ้น
ทุกคนอยากรู้มากว่าแขกคนสุดท้ายที่ไม่ได้เปิดเผยเป็นใคร ต่างก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
เห็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งใส่หน้ากากอนามัย จอดจักรยานสาธารณะไว้ข้างถนน แล้วเดินเข้ามา
“สวัสดีทุกคน ผมเมิ่งไป๋โจว” เมิ่งไป๋โจวถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดุดัน
โหนกคิ้วสูงส่ง คิ้วทั้งสองข้างตวัดเฉียงขึ้นสู่ขมับ มาพร้อมความองอาจโดยกำเนิด
