ในเวลาเดียวกันนั้น ถ้วยสุราจากชั้นสองก็ถูกขว้างลงมาอย่างกะทันหัน
กระแทกหลังมือเพ่ยจิ่งเข้าเต็มแรง จนข้อมือเคลื่อนหลุดในทันที มือที่จับม่านรถไว้หมดเรี่ยวแรง ปล่อยม่านร่วงลงมา ส่วนตัวเขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งจึงยืนได้มั่นคง
ม่านรถร่วงลงมา ก่อนจะถูกสายลมพัดให้พลิ้วขึ้นอีกครั้ง
เซินรั่วจินเงยหน้าขึ้น ก็เห็นฉินหลางพิงอยู่ข้างหน้าต่างชั้นสอง มือเล่นถ้วยสุราอยู่ในมือ ทั้งอาภรณ์งดงามและรูปโฉมหล่อเหลา ดูเจ้าสำราญอย่างยิ่ง
นางนิ่งงันไปชั่วขณะ มิได้ขยับ มิได้เอ่ยวาจา เพียงมององค์ชายน้อยฉินผู้นี้อยู่เช่นนั้น
ฉินหลางสบตานาง พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มีว่า “เซินรั่วจิน เจ้ามิได้มาหาข้าหรือ?”
เซินรั่วจินเพิ่งดึงสติกลับมาจากความทรงจำมากมาย จึงเผลอตอบไปว่า “ใช่แล้ว”
ริมฝีปากฉินหลางมีรอยยิ้ม ทว่ามือกลับออกแรงจนควบคุมไม่อยู่ บีบถ้วยสุราแตกคามือ “ในเมื่อเช่นนั้น เจ้ายังจะพูดกับคนไม่เกี่ยวข้องให้เสียเวลาทำไม รีบขึ้นมาได้แล้ว!”
เศษถ้วยแตกตกจากที่สูง กระทบพื้นส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ผู้คนที่มารวมตัวชมเรื่องสนุกอยู่หน้าโรงละครต่างตกใจจนถอยไปด้านข้าง
เซินรั่วจินคิดในใจว่า องค์ชายน้อยฉินผู้นี้อารมณ์ร้อนใช่ย่อย
“มาแล้ว” นางขานรับ ก่อนเลิกม่านลงจากรถม้า
ผู้คนที่มุงดูพอได้เห็นโฉมหน้าของเจ้าสาวคนใหม่แห่งจวนอ๋อง ต่างพากันยืดคอมอง ทันใดนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ยิ่งดังขึ้น
เซินรั่วจินทำราวกับไม่ได้ยิน เดินผ่านฝูงชนเข้าไปในโรงละครอย่างสงบเยือกเย็น
“รั่วจิน...” เพ่ยจิ่งซ่อนมือที่บาดเจ็บไว้ใต้แขนเสื้อ แล้วก้าวขึ้นมาขวางทางเซินรั่วจินอีกครั้ง “เจ้าไม่ได้มีใจให้ฉินหลาง ส่วนฉินหลาง ในวันแต่งงานยังทำเรื่องเหลวไหลอย่างค้างคืนในโรงละครได้ เห็นชัดว่าเขาไม่ใส่ใจเจ้าเลย ขอเพียงเจ้ายอมกลับตัวเสียแต่ตอนนี้ การแต่งงานครั้งนี้ก็ยังถือเป็นโมฆะได้”
