อีกฝ่ายดูจะพอใจกับสีหน้าของนางเป็นอย่างมาก น้ำเสียงจึงแช่มชื่นขึ้นสองส่วน : "ตามข้ามาเถิด"
หลี่ชิงลั่วในใจกระวนกระวาย ครานางยอมเสี่ยงเข้าสู่ขบวนเพียงลำพัง หาได้คิดไม่ว่าจะต้องพบเจอเรื่องพลิกผันเช่นนี้!
เดิมทีนางคิดว่าเพียงต้องเผชิญหน้ากับผู้บ้าคลั่งทั้งสามนั้น แต่ใครเลยจะรู้ว่าคนที่พบกลับเป็นเศษซากของสำนักบัวขาว
ทั้งนี้นางเพิ่งจะได้ยินมาโดยบังเอิญเมื่อวาน ตอนที่ได้ยินคำว่า สำนักบัวขาว หลี่ชิงลั่วรู้สึกเพียงดวงตามืดมัวลง
ครานี้ นางช่างหุนหันพลันแล่นเกินไปจริง ๆ
ในชาติก่อนนางเคยได้ยินเรื่องราวของสำนักบัวขาวมาไม่น้อย
ชาตินี้หลังจากครั้งก่อนที่ได้พบเห็นการสังหารผู้คนอย่างบ้าคลั่งของสำนักบัวขาวที่แม่น้ำฉินหวย เมื่อนางกลับถึงจวนแม่ทัพ ก็ได้ยินแม่นมเติ้งและคนอื่น ๆ พูดถึงสำนักบัวขาวอีก
ว่ากันว่าสำนักบัวขาวเดิมทีเป็นเพียงสำนักยุทธภพธรรมดา ๆ ต่อมาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงหันมานับถือ 'เทพธิดาบัวขาว' อย่างกะทันหัน เทพธิดาบัวขาวนี้กล่าวว่าสามารถคุ้มครองผู้คน และค้นพบโลกใบใหม่ได้
ในโลกใบนั้น ทุกคนล้วนได้รับความยุติธรรม เสรีภาพ และความเท่าเทียม
แม้แต่สตรีก็สามารถออกมารับราชการ อ่านหนังสือ และสั่งสอนผู้คนได้
แม้กระทั่งชายหญิงก็สามารถเลือกได้อย่างอิสระว่าจะแต่งงานหรือไม่ จะสืบเชื้อสายรุ่นต่อไปหรือไม่ รวมถึงแนวคิดแห่งสันติภาพ...
ฟังดูช่างน่าตกใจยิ่งนัก แต่ในโลกนี้ล้วนมีคนที่หลงใหลและบ้าคลั่งต่อสิ่งนี้อยู่มากมาย
ดังนั้น ในช่วงปีแรก ๆ สำนักบัวขาวจึงเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างไร้เทียมทาน เพียงไม่กี่ปีก็กลายเป็นสำนักที่ใหญ่ที่สุดในต้าเหลียงทั้งประเทศ
แต่ความจริงแล้ว ฮ่องเต้แห่งต้าเหลียงในเวลานี้ ยังนับเป็นฮ่องเต้ที่ดีพอสมควร
ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรยังพอไปได้ ไม่มีสงคราม ไม่มีผู้คนพลัดพราก ไม่มีราษฎรอดอยากยากจน...
