“พิษเฝ่ยฝู่เข้าสู่ร่างแล้ว ย่อมไม่มีแม้ทวยเทพผู้ใดช่วยชีวิตท่านไว้ได้”
“ไม่ตายก็ต้องมีชีวิตอยู่อย่างไม่ใช่คนไม่ใช่ผี”
คำพูดดังขึ้น บรรดาผู้คนต่างลุกขึ้นพร้อมหน้า
มีเพียงหลี่ชิงลั่วที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ วางมือสองข้างบนที่พักแขน นิ่งสงบจ้องตอบโต้กับสาวน้อยเหมียวเจียง
ฮูหยินผู้เฒ่าเผยรีบก้าวขึ้นไป คว้ามือของสาวน้อยด้วยอารมณ์หวั่นไหวแล้วถามว่า “เจ้าเพียงแค่เหลือบมองก็รู้ได้ว่าหลานสาวข้างต้องพิษ กระนั้นมีวิธีช่วยนางไว้หรือไม่”
“หากช่วยชีวิตหลานสาวข้างได้ เฒ่าหญิงยินดีมอบทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตนให้เจ้า!”
ว่าแล้วเข่าของฮูหยินผู้เฒ่าเผยก็อ่อนแรงล้มลงจะคุกเข่า “ขอเฒ่าหญิงร้องขอเจ้า โปรดช่วยชีวิตหลานสาวข้างด้วยเถิด——”
“ท่านย่า!”
“ซิ่วเจิน!”
“ฮูหยินผู้เฒ่า——”
ทุกคนพุ่งเข้ามาประคองฮูหยินผู้เฒ่าเผย หลี่ชิงลั่วเองก็เป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปกอดแขนท่านย่าไว้
ท่านย่าภาคภูมิมาทั้งชีวิต บัดนี้กลับยอมคุกเข่าต่อคนแปลกหน้าเพื่อนาง
หลี่ชิงลั่วน้ำตาไหลพรากลงมาทันที
“ท่านย่า ท่านต้องการชีวิตหลัวเอ๋อร์แล้วหรือ?”
“หลัวเอ๋อร์ไม่ต้องการให้ท่านย่ากระทำเช่นนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าเผยยกมือปาดน้ำตาให้นาง
“เด็กโง่เอ๊ย ท่านย่าเต็มใจ จริงใจร้องขอคน เฒ่าหญิงมิได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร”
“พวกเจ้า——ทั้งหมดถอยออกไป!”
นางเอ่ยเสียงทุ้ม ก้มศีรษะเล็กน้อยมองคนที่เหลือ
ท่านหมอหลวงลั่วรีบดึงตงซือยเหวียนเต็มแรง แววตาเย็นชาดุดันเป็นครั้งแรกที่พบ
ตงซือยเหวียนสะดุ้งเฮือก ลูบปากที่ยังแหว่งเลือดออด กล้าๆ กลัวๆ เดินเข้าไปอย่างทุกข์ทน “อาจิ้น……”
สาวน้อยเหมียวเจียงเหลือบมองนางหนึ่งครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความขยะแขยงสุดประมาณ “ไสหัวไป!”
ทว่าในจังหวะที่เข่าของฮูหยินผู้เฒ่าเผยใกล้แตะพื้น นางก็ยื่นมือประคองท่านขึ้น
“ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดลุกขึ้น คนหนุ่มสาวอย่างข้าพเจ้าแบกรับพิธีใหญ่หลวงเช่นนี้ไม่ได้หรอก”
“ข้าพเจ้าเมื่อเดินทางมาถึงต้าเหลียงแล้ว ย่อมไม่ยืนดูเฉยกับเรื่องนี้แน่”
“ลุกขึ้นเถิด มีเรื่องใดค่อยคุยกันอย่างช้าๆ”
หลี่ชิงลั่วรีบเอ่ย “ท่านย่า ทุกสิ่งย่อมบังคับกันไม่ได้ ชีวิตของหลัวเอ๋อร์ ไม่ว่าจะจบลงเช่นไร หลัวเอ๋อร์ก็พร้อมรับมันด้วยใจเย็น”
