เหล่าแม่นมต่างพากันคุกเข่าอยู่ใต้ชายคาอย่างเงียบงัน
หลี่ชิงลั่วก็คุกเข่าอยู่ในหมู่พวกนั้นเช่นกัน รอยแผลบนลำคอที่แลดูน่าสะพรึงกลัวจนแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเผยยังรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตัว
นางกล้าพอสมควร ถึงกับกล้าถือกรรไกรมาประจันหน้ากับพี่ชายของนางเอง ถือว่ามีความกล้าหาญอยู่บ้าง
“หลัวเอ๋อร์ เจ้าลุกขึ้นเถิด! เรื่องนี้ เจ้าไม่ผิดจริง ๆ”
แม่นมจางเข้าไปประคองหลี่ชิงลั่ว แต่นางกลับไม่ยอมลุกขึ้น
นางเงยหน้าขึ้น มองฮูหยินผู้เฒ่าเผยด้วยสีหน้าเร่งร้อน แล้วเอ่ยคำวิงวอนของตนเอง
“ท่านย่า แม้ชุยเอ๋อร์จะไม่ใช่คนของหลัวเอ๋อร์ แต่อย่างน้อยนางก็เคยปรนนิบัติดูแลหลัวเอ๋อร์อยู่หลายวัน วันนี้นางก็ต้องพลอยได้รับผลกระทบเพราะหลัวเอ๋อร์จึงถูกคุณชายใหญ่โมโหใส่”
“เพียงแต่ว่า แม้นางเคยเป็นคนของท่านแม่ แต่นางก็เป็นเพียงสาวใช้ชั้นสาม อีกทั้งยังไม่มีใครสนใจว่านางจะเป็นตายร้ายดี แต่ขอท่านย่าได้ช่วยหลัวเอ๋อร์ อย่างน้อยก็ขอให้รักษาชีวิตของชุยเอ๋อร์ไว้ด้วยเถิด!”
ความปรารถนาอันจริงใจของหลี่ชิงลั่วที่อยากจะรักษาชีวิตสาวใช้คนหนึ่งไว้ ทำให้แม่นมจางและคนอื่น ๆ ต่างซาบซึ้งใจ
บนโลกนี้ ยังจะมีนายที่ยอมคุกเข่าวิงวอนเพื่อชีวิตที่ไร้ค่าของพวกนางเช่นนี้ได้อีกหรือ?
และนายกับบ่าวก็เพิ่งจะอยู่ร่วมกันมาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
หากจะพูดถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง คงไม่มีแน่นอน
พอจะเห็นได้ว่าหลี่ชิงลั่วนั้นเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับน้ำใจและคุณธรรมเพียงใด
ทุกคนต่างตาแดงก่ำ มองไปที่ฮูหยินผู้เฒ่าเผย เพื่อรอการตัดสินใจของนาง
ฮูหยินผู้เฒ่าเผยจะใช่คนใจดำใจร้ายเช่นนั้นหรือ?
