เยี่ยนเจาแทบลืมไปแล้วว่า ตอนอยู่บ้านของเต้าสือต้วน บันทึกเกี่ยวกับการหลอมศพที่เธอเห็นในหน้านั้น ประโยคสุดท้ายเขียนว่าอะไร
——จงจำให้ดี! หาก………… ฤทธิ์ดุร้ายจะพุ่งพล่านจนยากรับมือ!
“อี้จั้งหลัน” เธอเอ่ยชื่อเพื่อนร่วมทีมด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คำที่อ่านไม่ออก อาจจะเป็น ผีสิงร่างผีดิบ”
อย่างว่าแต่โบราณว่าไว้ ผีสิงร่างผีดิบ เทวดายังหวั่นสามส่วน
ผีร้ายกับผีดิบรวมร่างกัน จะกลายเป็นอสูรที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
นี่คือภารกิจด่านสุดท้าย 10% ที่พวกเขาต้องเผชิญ
ในสายตา ผีสาวที่ห่อหุ้มด้วยหมอกดำหายเข้าไปในร่างของผีดิบอย่างสมบูรณ์ กระดูกทั้งร่างของผีดิบดังกรอบแกรบ บนผิวหนังเน่าสีเขียวคล้ำ มีรอยคล้ายเส้นเลือดปริแตกออกมา
ร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นสองสามเท่าตัวกลางอากาศ เบ้าตาแดงฉาน ฟันกับกรงเล็บสะท้อนแสงเย็นเยียบชวนขนลุก
“…ทุกคน มีไม้ไหนก็เอามาใช้ให้หมดเถอะ” เสิ่นอวี้ไป๋เอ่ยเสียงต่ำ “ถ้าไม่ร่วมมือกันจริงจัง พวกเราคงตายกันหมดที่นี่”
เหตุผลนี้คนอื่นเข้าใจดี แต่ที่พูดส่วนใหญ่ก็เพื่อให้เฮ่อหย่งได้ยิน น่าเสียดายที่เฮ่อหย่งไม่ยอมรับ
เฮ่อหย่งไม่เห็นสวีเฉินกวง แถมยังเห็นเคียวในมืออี้จั้งหลัน ก็พอเดาได้บ้าง สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น ยากจะใช้เหตุผลมาคิดเรื่องนี้ได้
“ไอ้เวร แสดงละครกันใช่ไหม? ฆ่าพี่น้องข้าใช่ไหม?” เขากัดฟันกรอด “จะให้ข้าช่วยก็ได้ โยนหน้ากากเหรียญทองแดงนั่นมาก่อน ไม่งั้นข้าจะดูพวกแกตาย”
