ในตอนแรกอี้จั้งหลันก็เคยคิดว่า เหตุใดเรือนจำแห่งนี้จึงเงียบสงัดไร้แม้แต่เสียงผู้คุมเดินตรวจตรา
ตอนนี้นางรู้แล้ว
เสียงกริ่งดังครั้งแรกหมายถึงเวลาเดินเล่นเริ่มต้น ครั้งที่สองหมายถึงเวลาเดินเล่นสิ้นสุด
เมื่อถึงเวลานั้นผู้คุมจะปรากฏตัว พวกมันจะไล่ล่านักโทษอย่างโหดเหี้ยม หากกลับเข้าห้องขังไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด หรือถูกผู้คุมจับตัวได้ระหว่างทาง ผลลัพธ์มีเพียงความตาย
“ตามฉันมา” ถังอวิ๋นสี่ดึงมืออี้จั้งหลัน เอ่ยปากรับรองอย่างมั่นใจ “กลไกไล่ล่าแบบนี้ ปกติพวกเอ็นพีซีจะไม่เลือกฉันหรือคนที่มากับฉันเป็นเป้าหมายแรก”
ข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนั้น ไม่ว่านางจะเลือกเดินแยกไปทางไหน ก็หลบเลี่ยงผู้คุมได้อย่างแม่นยำ กระทั่งมีครั้งหนึ่งผู้คุมกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ แต่จู่ ๆ กลับเปลี่ยนทิศไปไล่ล่าผู้เล่นคนอื่น
ต่อให้เป็นกระสุนเล็งมาที่หน้าผากกระต่ายยักษ์ขั้วโลกตัวนี้ เกรงว่ายังต้องหักโค้งกลางคัน
ขณะที่ยังไม่พ้นอันตรายนัก อี้จั้งหลันพลางหลบซ่อนพลางสืบข้อมูลของผู้คุมไปด้วย
แต่ละชั้นมีผู้คุมสองนาย จะปิดล้อมผู้เล่นจากคนละทิศ และพวกมันไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นวิญญาณแล้ว
พวกมันสวมเครื่องแบบเก่าขาดเปื้อนเลือด ใบหน้าเหมือนกะโหลก ซูบซีดเกรียมแข็ง เบ้าตาอันกลวงโบ๋ลุกโชนด้วยเปลวไฟวิญญาณ ลากโซ่เหล็กเส้นยาวหนาหนัก เคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง
“เธอเห็นสภาพพวกมันไหม” ถังอวิ๋นสี่ถาม “เมื่อกี้ฉันไม่ค่อยกล้ามอง กลัวค่าสติดิ่ง”
