บ้านของโดริสเก็บกวาดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นไร้ฝุ่นผง ผนังห้องนั่งเล่นติดโปสเตอร์ภาพมากมาย บนโต๊ะยังวางดอกกุหลาบสดไว้ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ อบอวล
อี้จั้งหลันและหวังหมิงเยวี่ยนั่งเคียงกันบนโซฟา ไม่นานก็เห็นโดริสยกกาแฟที่เพิ่งชงใหม่สองถ้วยมาเสิร์ฟ
“ที่บ้านไม่มีแขกมาเยี่ยมเยียนนานแล้ว ถ้าต้อนรับไม่ทั่วถึงต้องขออภัยด้วย”
“จะต้อนรับไม่ดีได้ยังไงกัน” อี้จั้งหลันละสายตาจากแจกันดอกกุหลาบ หันมายิ้มให้โดริส “กาแฟหอมกรุ่นขนาดนี้ แค่ดมก็แทบจะเมาแล้วล่ะค่ะ คุณช่างเป็นผู้หญิงที่รักชีวิต ใส่ใจในรายละเอียด และมีหัวใจโรแมนติกจริง ๆ”
คำพูดนี้โดนใจโดริสเข้าอย่างจัง เธอดีใจขึ้นมา ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“จริงค่ะ ดิฉันเชื่อว่าความรักในชีวิตของคนเรา ไม่ควรหยุดชะงักตามอายุที่มากขึ้น”
“ใช่ที่สุดเลยค่ะ บางทีเราอาจห้ามเวลาไม่ให้ไหลผ่านไปไม่ได้ แต่การมีทัศนคติที่ดีจะช่วยให้ความเยาว์วัยคงอยู่ตลอดไป” อี้จั้งหลันคล้อยตามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอมองไปรอบ ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างเป็นธรรมชาติ “ดูโปสเตอร์พวกนี้ที่คุณติดไว้ น่าจะชอบการแสดงละครมาก ๆ เลยสินะ”
“แน่นอนค่ะ” โดริสพยักหน้ารัว “ดิฉันชอบละครเวทีทุกรูปแบบเลย การแสดงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของพวกเขา เหมือนช่วยเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้ดิฉัน”
“งั้นขอถามหน่อยนะคะ คุณรู้จักนักแสดงหุ่นเชิดผู้หญิงที่ชื่อแคโรลีนบ้างไหม”
“…”
คำสำคัญถูกปลุกขึ้นมา บทสนทนาหยุดชะงัก โดริสหุบยิ้มในทันที สีหน้ากลายเป็นตื่นตระหนกและหนักอึ้ง
