ฉินชวนฉือไม่รู้ว่าฉู่ยี่กำลังคิดอะไรอยู่
ตอนนี้อารมณ์ของเขา ไม่ได้ดีนักหรอก
ปากก็บอกให้ฉู่ยี่หยุดพักครึ่งเดือน สุดท้ายอีกฝ่ายก็หายหน้าไปเลย
โทรศัพท์ไม่รับ ข้อความไม่ตอบ
ต้องถามสวีหมั่งถึงจะรู้ว่าฉู่ยี่ไปไหนมาไหนบ้าง
ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ฉินชวนฉือคงคิดว่าฉู่ยี่ฉวยโอกาสหนีไปแล้ว
เขาชำเลืองมองฉู่ยี่ ก่อนเอ่ยปากเรียบ ๆ
“ยังจำตอนนายไปได้ไหม ว่าฉันบอกอะไรนายไว้”
ฉู่ยี่ย่อมจำได้
เขาขมวดคิ้ว สบตากับฉินชวนฉือ น้ำเสียงค่อนข้างแข็งทื่อ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”
ฉินชวนฉือมองเขาแค่นั้น แววตาสงบนิ่ง
“งั้นเหรอ”
“ถึงนายไม่มา ฉันเห็นแล้วก็จะตอบกลับทีหลัง”
ฉู่ยี่ถูกเขามองจนรู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ จึงเบือนหน้าหนี
แต่ฉินชวนฉือไม่คิดจะปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
“คราวหน้าถ้ามีสองสายไม่รับ ฉันจะมาหานาย”
น้ำเสียงของฉินชวนฉือชะงักไป ก่อนจะเจือแววอันตรายที่หางเสียง “ถึงตอนนั้น เรามาทำอะไรสนุก ๆ กันหน่อย”
ฉู่ยี่ถึงกับพูดไม่ออก
เขาหันหน้ากลับมา หรี่ตามองฉินชวนฉือ
เห็นฉินชวนฉือเบือนสายตาไปแล้ว จึงอดทนกลั้นไว้ แล้วเก็บคำพูดที่เกือบจะหลุดออกไปกลับคืน
จะขนาดนั้นเลยเหรอ
บ้าไปแล้ว
รถแล่นไปอย่างราบรื่น ถึงที่หมายในที่สุด
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ฉินชวนฉือพาฉู่ยี่เดินตรงเข้าไป นำทางโดยพนักงาน และนั่งลงตรงโต๊ะริมหน้าต่างที่เห็นวิวงดงาม
บ๋อยนำเมนูสองเล่มมาวางให้
ฉู่ยี่รับมา เปิดดู
ชื่ออาหารมีทั้งภาษาจีนและอังกฤษ ตั้งชื่อให้หรูหราอลังการจนน่าเวียนหัว ถ้าไม่มีรูปสวย ๆ ประกอบอยู่ข้าง ๆ ฉู่ยี่คงไม่รู้เลยว่าตัวอักษรพวกนั้นรวมกันแล้วหมายถึงอะไร
