หลินเสี่ยวหนานเห็นเขาเงียบ จึงมั่นใจเต็มที่ว่าเขาเป็นแค่อัลฟ่าจน ๆ ที่ดวงดีได้เกาะฉินชวนฉือ
ในจังหวะนั้นเอง ฉินชวนฉือก็เอ่ยปากขึ้น
เขาเอียงคอมองหลินเสี่ยวหนานด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ถามซะยืดยาว จะเอาอะไรกับเขานักหนา สนใจเขามากหรือไง”
หลินเสี่ยวหนานใจเต้นรัว เร่งสวมสีหน้ากระเง้ากระงอด ยื่นมือไปตีแขนฉินชวนฉือเบา ๆ อย่างงอน ๆ
“คุณพี่ชวนฉือ พี่ก็รู้ว่าฉัน...”
พูดยังไม่ทันจบ เธอก็หยุด ถอนหายใจแผ่ว เบนสายตามองฉู่ยี่อีกครั้ง
“เฮ้อ พี่เองก็อย่าคิดว่าฉันถามมากไปเลยนะ ทุกวันนี้ไม่ว่าโอเมก้าหรืออัลฟ่า คนที่ยอมทำทุกทางเพื่อหาทางลัดมันเยอะแยะไปหมด”
“ฉันก็แค่กลัวพี่ถูกหลอกน่ะ”
พูดจบ เธอก็หันไปหาฉู่ยี่ ฉายรอยยิ้มขอโทษ
“ขอโทษนะคะคุณฉู่ ฉันไม่ได้ว่าคุณเป็นพวกต้มตุ๋นหรอกนะ แค่ว่าในแวดวงเราเรื่องแบบนี้คนเขาค่อนข้างระวังกัน ถ้าทำให้คุณไม่พอใจล่ะก็ ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ”
ฉู่ยี่มองใบหน้าเสแสร้งของหลินเสี่ยวหนาน เส้นเลือดที่ขมับปูดเต้นขึ้นมา
ความโกรธที่พลุ่งพล่านในอกแทบจะทะลักออกจากลำคอ
ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปาก
ฉินชวนฉือกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อน
“ดูท่าเธอจะใส่ใจเขามากจริง ๆ”
เขากวาดสายตามองผู้คนในห้องที่ต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป
“อยากรู้กันนัก งั้นผมแนะนำเองก็ได้”
คำพูดของฉินชวนฉือทำให้ทั้งห้องส่วนตัวเงียบกริบลงทันที
“ตอนนี้เขาทำงานให้ผมอยู่ชั่วคราว”
