ทางเดินเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของคนสองคน
ฉู่ยี่เดินตามหลังฉินชวนฉือ เว้นระยะห่างสามก้าว ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ
แผลบนแขนร้อนผ่าว เลือดซึมชุ่มเนื้อผ้า ความเหนอะหนะทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างยิ่ง
ตอนนี้เขาแทบอยากตาย ขมวดคิ้วมองแผ่นหลังของฉินชวนฉือ
เมื่อกี้น่าจะปล่อยให้เขาไปโรงพยาบาลเองดีกว่า :)
ไม่นาน ฉินชวนฉือก็เดินไปถึงหน้าห้องหนึ่ง เปิดประตูออกแล้วพาฉู่ยี่เข้าไปข้างใน
นี่คือห้องพักสำหรับแขกวีไอพีโดยเฉพาะ โซฟากำมะหยี่สีแดงเข้มและเตียงนอนกว้างนุ่มสบาย บนโต๊ะน้ำชายังมีผลไม้สดหั่นไว้หลายจาน ข้าวของไม่มากแต่แฝงความหรูหราแบบไม่โอ้อวด
หลังจากเข้ามา ฉินชวนฉือก็ไม่พูดอะไร เดินไปนั่งลงบนโซฟาตรงๆ นิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ขึ้นมาจุด
ควันบุหรี่บดบังใบหน้าของเขา ทำให้มองอารมณ์ไม่ออก
ฉู่ยี่หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ
เขาไม่มีทางนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับฉินชวนฉือแน่
จะนั่งบนเตียงก็รู้สึกไม่ถูกต้องเช่นกัน
สุดท้ายจึงได้แต่ยืนหัวโด่เหมือนถูกทำโทษ
บรรยากาศเงียบงันราวกับความตาย
โชคดีที่หมอมาถึงอย่างรวดเร็ว
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายวัยกลางคนเบต้าสวมแว่นกรอบทองถือกระเป๋ายาเดินเข้ามา
เขามองไปที่ฉินชวนฉือซึ่งกำลังพ่นควันบุหรี่อยู่บนโซฟา แล้วเห็นว่าดูเหมือนอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะขยับตัวไปไหน
สุดท้าย ทั้งสองคนจึงต้องจำใจนั่งลงบนพรม
หมอใช้กรรไกรตัดแขนเสื้อของฉู่ยี่ออก เริ่มฆ่าเชื้อและทำแผลเบื้องต้น
สำลีแอลกอฮอล์เช็ดผ่านเนื้อที่เปิดออก ความเจ็บแปลบทำให้กล้ามเนื้อของฉู่ยี่เกร็งขึ้นทันที แต่เขาไม่ส่งเสียงใดๆ
