ตอนนั้นเองที่ลู่ชิวหรานถึงได้ตระหนักขึ้นมาช้า ๆ
ว่าอัลฟ่าที่ช่วยให้เธอพ้นจากมุมมองคับแคบและชี้เส้นทางใหม่ให้เธอนั้น แท้จริงแล้วเป็นบุคคลทรงอิทธิพลในทางมืดแห่งย่านโคมแดง
พ่อแม่บุญธรรมของเธอ คนหนึ่งเป็นครู อีกคนเป็นตำรวจ ล้วนเป็นอาชีพที่สุจริตและถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
พวกเขาสอนเธอมาตั้งแต่เด็ก ให้อยู่ห่างจากพวกคนว่างงานลอยชายและบุคคลอันตรายทั้งหลาย
และอัลฟ่าอย่างฉู่ยี่ที่เป็นเสมือนหัวหน้าใหญ่ของย่านโคมแดงครึ่งหนึ่ง ก็คือบุคคลอันตรายยิ่งขั้นสุด! ต้องอยู่ให้ห่างอย่างเด็ดขาด!
แต่กระนั้น ลู่ชิวหรานกลับมีความรู้สึกที่ดีต่อฉู่ยี่อย่างเหลือเชื่อ
ทว่าพอล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของฉู่ยี่แล้ว ในใจลึก ๆ ก็แอบหวาดกลัวเขาอยู่บ้าง
ความรู้สึกขัดแย้งนี้ทำให้จิตใจของเธอซับซ้อนยิ่งนัก
เธอถอนหายใจยาว ลมหายใจกลายเป็นกลุ่มหมอกสีขาวในสายลมยามค่ำคืนของฤดูหนาว ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป
หลังจากอยู่คนเดียวสักพัก ทำใจให้สงบลงได้บ้าง ลู่ชิวหรานก็คิดว่าควรจะกลับเข้าไปได้แล้ว
เธอลุกขึ้นยืน จัดกระโปรงให้เรียบร้อย แล้วหมุนตัวเตรียมกลับเข้าห้องจัดเลี้ยง
แต่ทว่า ขณะที่เธอกำลังเดินผ่านทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างสวนกับคฤหาสน์ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากหลังกำแพงด้านข้าง
เสียงนั้นทำให้ฝีเท้าของเธอชะงักลง
เธอคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี และฐานะของเจ้าของเสียงก็ทำให้เธอจดจำได้แม่นเช่นกัน
เป็นสวีอันเฉิง
ตอนนี้ตระกูลลู่กำลังเจรจาเรื่องการแต่งงานกับตระกูลสวี หากไม่มีอะไรผิดพลาด ทายาทเพียงผู้เดียวของตระกูลสวีคนนี้ก็จะกลายเป็นอัลฟ่าของลู่เฉิงเวยในอนาคต
