มุมปากของฉินชวนฉือโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ เหมือนกำลังเย้ยหยัน หรือไม่ก็เหมือน...กำลังชื่นชม
“ผลก็คือ หล่อนทำบางอย่างที่เหนือความคาดหมายของทุกคน”
“ในวันเกิดอายุครบแปดขวบของผม หล่อนหนีไป”
“หล่อนจากสหพันธ์ไปเพียงลำพัง ตัดการติดต่อทั้งหมด หล่อนหลอกทุกคนได้สำเร็จ”
เดิมทีฉู่ยี่กำลังขมวดคิ้วให้กับสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตของแม่ของฉินชวนฉือ แต่สถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วกลับทำให้เขาชะงักไป เขาเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ของฉินชวนฉือ
ฉินชวนฉือเหมือนไม่เห็นแววตกตะลึงในดวงตาของฉู่ยี่ เขายิ้มออกมา ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
“ที่จริงผมรู้ตั้งแต่วันที่สิบปีก่อนแล้วว่าหล่อนอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้หล่อนอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในประเทศวาย เป็นครูสอนศิลปะในโรงเรียนประถม อยู่เป็นโสดมาตลอด เพราะเคยถูกอัลฟ่าที่มีระดับความเข้ากันสูงมากทำเครื่องหมายถาวร ฮีทจึงส่งผลกับหล่อนน้อยมาก ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่รวยแต่ก็ไม่จน”
“สภาพจิตใจดีมาก ดูออกเลยว่า...มีความสุขดี”
สายตาของฉินชวนฉือลอยออกไปนอกหน้าต่าง “ผมไม่เคยไปหาหล่อน ข้อมูลนี้ก็เป็นท่านปู่ที่ส่งคนไปสืบ ไม่ใช่คำสั่งของผม”
ในห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบสงัด
ฉู่ยี่เงียบไป
เขาคาดว่าจะได้ฟังเรื่องราวหนักหน่วงเรื่องหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นบทสรุปที่...ยากจะบรรยายเช่นนี้
แม่คนหนึ่ง ในวันเกิดของลูกชายกลับทิ้งเขาไว้เบื้องหลังแล้วโบยบินไปไกล เพียงเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ของตัวเอง
ความผิดถูกในเรื่องนี้ ไม่มีทางตัดสินได้เลย
ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
