“หนูจะสะสมบุญ!”
แบบนั้นแม่ถึงจะมีโอกาสหายดี...
ถึงตอนนั้น หนูก็จะเป็นเด็กที่มีแม่คอยรักแล้ว
“อ่า...”
เด็กคนนี้ดูฉลาดดีแท้ ทำไมพูดจาพิลึก ๆ เหมือนคนมีญาณไปได้?
แต่เสิ่นเสิ่นโตมากับลิง จะมีนิสัยแปลก ๆ บ้างก็ไม่แปลก
ยังไงก็ไม่กระทบความน่ารักสักหน่อย!
เสิ่นเสิ่นมองเซิ่งเสวียนเซียวที่ถูกเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จับตัวไว้ แล้วพูดเสียงใสว่า “วิญญาณของเขายังปรับตัวไม่ได้ ต้องพักฟื้นดี ๆ ถ้าช่วงนี้โดนลอบทำร้ายอีก อาจตายปุบปับเลยนะ”
เซิ่งเสวียนเซียว: …
คนตระกูลเซิ่ง: …
สรุปว่า หนูน้อยไม่ต้องการพ่อแล้วเหรอ?
“เด็กดี อยู่ที่นี่ช่วยปกป้องเขาได้ไหมจ๊ะ?”
คุณย่าเซิ่งไม่ยอมปล่อยมือจากเสิ่นเสิ่น ในใจยังมีปริศนาอีกมากที่คลี่คลายไม่ได้
“ถ้าเขาดื้อเอง หนูก็ช่วยไม่ได้นี่นา”
ถึงแด๊ดดี้จะหล่อ แถมป่วยมาหลายปีก็น่าสงสาร
แต่แด๊ดดี้ไม่เอาแม่แล้ว แล้วทำไมหนูต้องเอาแด๊ดดี้ด้วยล่ะ?
เขาว่ากันว่า ใครเห็นผู้ชายเลวเป็นของล้ำค่า คนนั้นก็มีแต่จบไม่สวย
“เด็กคนนี้ ปากเล็ก ๆ คมยิ่งกว่ามีดแล่ปลาของร้านต้าหลุนฟาเสียอีก”
เซิ่งเจวี๋ยเฉินอดสงสัยไม่ได้ว่าใครสอนคำพูดพวกนี้ให้เธอ
ลิงกินกล้วยแล้วตบมือเป็น แต่ไม่มีทางพูดอะไรแบบนี้ได้แน่
“แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?”
ในใจคุณย่าเซิ่ง เสิ่นเสิ่นไม่ใช่แค่เด็กผู้หญิงคนเดียวที่หาได้ยากในตระกูลเซิ่ง แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตหลานชายด้วย
“อ่า...”
เสิ่นเสิ่นไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน อาจารย์บอกให้เธอลงจากเขามาสะสมบุญ แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้ไปอยู่ที่ไหน
เจ้าก้อนแป้งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “หนูไปอยู่ใต้สะพานลอยก็ได้ คุณตาหัวล้านที่แสดงตลกบอกว่า ตั้งแผงข้าง ๆ เขาได้”
“แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”
เซิ่งเยว่จั๋วรีบพูดว่า “ไม่ว่าเธอจะเป็นลูกของน้องสามหรือเปล่า ในเมื่อช่วยชีวิตเขาไว้ พวกเราก็ปล่อยให้เธอเร่ร่อนข้างถนนไม่ได้ เว้นแต่ว่าเธอจะมีผู้ปกครองคนอื่น”
“ใช่แล้ว ถ้าเจอคนไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง! บ้านเรามีหนูน้อยน่ารักแบบนี้อยู่คนเดียวเองนะ!”
แค่เห็นเสิ่นเสิ่น คุณย่าเซิ่งก็ชอบเธอสุดหัวใจ
ยิ่งไปกว่านั้น คิ้วตาของเด็กคนนี้เหมือนเสิ่นอวิ๋นซีไม่มีผิด
ถ้าเธอไม่โผล่มาทันเวลา ตอนนี้เซิ่งเสวียนเซียวคงกำลังถูกเผาอยู่ในเตาเผาศพชั้นวีไอพีสุดหรูแล้ว
“แต่...”
โครกคราก...
ท้องน้อยที่หิวมานานกลับร้องขึ้นมาอย่างไม่รักดี
“หิวแล้วใช่ไหมจ๊ะ เด็กดี กลับบ้านกับคุณทวดนะ คุณทวดจะให้เชฟทำของอร่อย ๆ ให้กิน
ส่วนเรื่องทำความดี คุณทวดสนับสนุนเต็มที่เลย ดีไหม?”
เด็กคนนี้ตบไม่กี่ที ก็ทำให้คนเป็นผักฟื้นขึ้นมาได้ เข้าใจเรื่องลี้ลับก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร
“คุณทวดจะช่วยหนูเหรอ? งั้นก็ดีเลย!” ในที่สุดเสิ่นเสิ่นก็พยักหน้า “ถ้างั้นหนูไปอยู่กับคุณทวดสักสองสามวันนะ!”
เธอไม่คุ้นกับที่นี่เลยสักนิด แอบกลัวอยู่เหมือนกัน
อีกอย่าง คุณทวดดูใจดีมีเมตตา แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นคนสะสมบุญมามาก
“ดีจ้ะ งั้นเราไปกันเถอะ อย่าปล่อยให้เสิ่นเป่าของเราหิวจนแย่ล่ะ!”
หญิงชราจูงมือเสิ่นเป่าเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย พวกคุณชายตระกูลเซิ่งก็รีบตามไปติด ๆ
“คุณย่า ผมก็อยากไปอยู่บ้านคุณย่าด้วย”
“ผมไปด้วย! พี่สามฟื้นจากความตายทั้งที ครอบครัวเราต้องฉลองกันหน่อย”
เซิ่งเสวียนเซียวเห็นคนทั้งบ้านพากันออกจากห้องพักผู้ป่วยไปอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเองกลับถูกตรึงไว้บนเตียงเพื่อเจาะเลือดตรวจอาการ ก็หงุดหงิดจนอยากปัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์แล้วตามออกไป
เสียงหมอเจ้าของไข้กำชับอยู่ข้างหู “คุณฟื้นขึ้นมาได้ถือเป็นปาฏิหาริย์เลยนะครับ อย่าเพิ่งรีบลงจากเตียง การฝึกฟื้นฟูต้องค่อยเป็นค่อยไป ยังดีที่ช่วงที่คุณหมดสติ มีคนช่วยขยับกล้ามเนื้อให้ตลอด...”
เซิ่งเสวียนเซียวจ้องหมอเจ้าของไข้ด้วยดวงตาคมลึกดุจเหยี่ยว...ไม่รีบงั้นเหรอ?
ถ้าลูกสาวของคุณไม่ถูกคนอุ้มหนีไป คุณก็ไม่รีบอยู่แล้วสิ!
ด้านนอกโรงพยาบาล...
พวกนักข่าวตั้งกล้องยาวเรียงราย รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
พอเห็นคนตระกูลเซิ่งเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า ทุกคนก็อดมองหน้ากันไม่ได้
“คุณชายสามตระกูลเซิ่งตายแล้ว คนในบ้านดูไม่เสียใจเลยนะ!”
“เหมือนจะดีใจด้วยซ้ำ! เฮ้อ นี่คงเป็นความเลือดเย็นของตระกูลคนรวยสินะ!”
“ขอถามหน่อยครับ คุณชายสามเสียตอนกี่โมง?” นักข่าวถามอย่างใจกล้า พลางยื่นไมโครโฟนไปตรงหน้า เพื่อให้ได้เวลาที่แน่ชัด
เซิ่งอวี้หวยรีบโบกมือแล้วตอบว่า “พี่สามผมสบายดี กำลังทำกายภาพบำบัดอยู่!”
“หา?”
“คุณเซิ่งไม่ตายแล้วเหรอ?”
ไหนบอกว่าวันนี้จะตายไง ทำไมไม่รักษาคำพูดล่ะ?
รายการค้นหายอดนิยมเว้นที่ไว้ตั้งแต่หลายวันก่อน คู่ดาราหลายคู่ยังไม่กล้าประกาศแต่งงานวันนี้ กลัวข่าวตัวเองจะโดนกลบ แล้วจู่ ๆ ทำไมถึงไม่ตายซะแล้วล่ะ?
“งานศพคุณชายสาม...”
คณะจัดงานศพมองบอดี้การ์ดตระกูลเซิ่งเดินเข้ามาฉีกดอกเบญจมาศสีขาวหน้ารถทิ้งอย่างแรง อดถามไม่ได้ว่า “แล้วทางศาลาตั้งศพยังต้องไปไหมครับ...”
วันนี้เป็นฤกษ์ดีสำหรับฝังศพพอดี ถ้าพลาดไปก็ต้องรอครึ่งปีหลังเลย
“จะไปทำไม หลานฉันนอนสบายดีอยู่ตรงนั้น!” คุณย่าเซิ่งยิ้มแล้วพูดว่า “พวกคุณรับซองแล้วกลับไปได้เลย วันนี้เป็นวันดีครั้งใหญ่ของบ้านเรา!”
“แล้วก่อนหน้านี้ที่จ้างคนเป่าปี่ไว้สิบแปดคน ยังจะให้เป่าอยู่ไหมครับ...”
ในเมื่อคนไม่ตายแล้ว จะให้เป่าปี่ฉลองกันสักหน่อยดีไหม?
“คุณทวด คนพวกนั้นดูไม่ค่อยดีใจเลยนะ!”
เสิ่นเสิ่นพิงกระจกรถ มองกลุ่มคนที่ดูผิดหวัง ยิ่งรู้สึกว่าพ่อแท้ ๆ ของเธอไม่ใช่คนดีอะไร
ตั้งหลายคนหวังให้เขาตาย แต่ดันเป็นคนที่อึดที่สุดซะงั้น
“ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอก”
คุณย่าเซิ่งอุ้มเหลนสาวตัวน้อยเข้ามาในอ้อมแขน ไม่ให้นักข่าวถ่ายหน้าตาเด็กได้
“เสิ่นเป่า ก่อนหน้านี้หนูบอกว่าวิญญาณของเสวียนเซียวหลุดหายไป เขาถึงกลายเป็นเจ้าชายนิทรา แล้วหนูหาวิญญาณเขากลับมาได้ยังไงจ๊ะ?”
เซิ่งเจวี๋ยเฉินเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เห็นน้องชายฟื้นคืนชีพกับตา ก็จำต้องเชื่อ
“หนูเก็บได้ค่ะ” ดวงตากลมแป๋วของเสิ่นเสิ่นเป็นประกาย เธอยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาอธิบายว่า “มันห้อยอยู่บนต้นไม้ หนูใช้ไม้ยาวเขี่ยลงมา แล้วเผลอทำตกลงไปในแอ่งโคลน สกปรกจังเลย แต่ยังล้างเอามาใช้ได้ หนูก็เลยตบมันกลับเข้าไป...”
น้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับกำลังเล่าว่าตบแตงกวาอย่างไร
เซิ่งเจวี๋ยเฉินกระตุกมุมปาก พูดอย่างทึ่ง ๆ ว่า “ลำบากน่าดูเลยนะ”
จินตนาการของเขามีขีดจำกัด นึกภาพเหตุการณ์แบบนั้นไม่ออกจริง ๆ
เซิ่งซืออวี่เกาหัว พลางลองนึกตามแล้วพูดว่า “ถ้าเป็นลูกคนอื่นพูดแบบนี้ ผมคงไม่เชื่อ แต่เสิ่นเสิ่น ผมว่าเธอไม่ได้พูดเพ้อเจ้อนะ เพราะเธอตบจนพี่สามฟื้นขึ้นมาจริง ๆ!”
“เสิ่นเป่า แม่จากไปตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ?” คุณย่าเซิ่งรู้สึกไม่สบายใจ ต่อให้แม่ไม่อยู่แล้ว อย่างน้อยก็ควรนำอัฐิกลับมา ให้คำอธิบายกับตระกูลเสิ่น
“แม่จากไปตั้งแต่หนูยังเล็กค่ะ”
ใบหน้านุ่มนิ่มของเสิ่นเสิ่นฉายแววเศร้าจาง ๆ
หนูคิดถึงแม่จัง
โดยเฉพาะตอนกลางคืน เวลานอนไม่หลับ หนูอยากให้แม่กอดเหลือเกิน...
“หนูยังเด็กแค่ไหนกันเชียว? จะเล็กได้สักเท่าไร?” เซิ่งเยว่จั๋วฟังคำพูดของเจ้าก้อนแป้งแล้วทั้งขำทั้งจนใจ
คงจำอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าถามต่อ เด็กน้อยคงยิ่งเสียใจ
“ก็ช่วงที่ยังไม่ต้องใส่เสื้อผ้าไงคะ...”
คำตอบไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้ทุกคนยิ้มจนหางตาหยี แต่ก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้
เด็กดีน่าสงสารขนาดนี้ พวกเขาต้องชดเชยให้เป็นสองเท่า!
จะทำให้เสิ่นเป่ากลายเป็นเจ้าหญิงน้อยที่มีความสุขที่สุด!
