เรือสองลำเทียบฝั่งอย่างรวดเร็ว
เพิ่งถึงริมฝั่ง
ซูเฟินฟางกับเจียงไห่เซิงรีบลงจากเรือ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไปลากรถเข็น เอาถังน้ำกับน้ำแข็งมา
ส่วนเจียงหยวนกับหลีว่านเทียนยังคงอยู่บนเรือประมง
หวังไหล่โถวไม่อยากพูดกับเจียงหยวน
จึงหันไปถามหลีว่านเทียนแทน “ผู้ใหญ่บ้าน เป็นยังไงบ้าง ตามอาหยวนไปเที่ยวนี้ไม่ได้กลับมามือเปล่าใช่ไหม?”
หลีว่านเทียนยิ้มหน้าบาน “มือเปล่าอะไรกัน พูดเหลวไหลน่า ฉันโชคร้ายขนาดนั้นเลยหรือไง?”
หวังไหล่โถวรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตัวเองกำลังจะพังทลาย
เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก
หลังจากสูดลมหายใจลึก เขาก็กระโดดขึ้นเรือของหลีว่านเทียนทันที
เมื่อเขาเปิดม่านหญ้าที่ใช้รักษาความสดของปลาจวดเล็กออก
พอเห็นปลาจวดเล็กใต้ม่านหญ้ากองพะเนิน อย่างน้อยก็หลายร้อยจิน ดวงตาของเขาแทบถลนออกจากเบ้า
เขาสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง
หวังไหล่โถวถามอย่างตกตะลึง “ผู้ใหญ่บ้าน ล้อเล่นหรือเปล่า? ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูจับปลาจวดเล็กสักหน่อย พวกคุณไปเอาปลาจวดเล็กมากมายขนาดนี้มาจากไหน?”
คนอื่น ๆ ก็เห็นของที่จับมาได้บนเรือของหลีว่านเทียนเช่นกัน
แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉา
“นั่นสิ ดูจากปริมาณแล้ว ปลาจวดเล็กพวกนี้อย่างน้อยก็สามร้อยจินนะ คิดจินละสามเหมา สามร้อยจินก็ได้เงินเก้าสิบหยวนแล้ว”
“โธ่เอ๊ย นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ ว่าไหม ก่อนหน้านี้คุณชายเจียงของเราเอาแต่เที่ยวผู้หญิง”
“แทบไม่เคยออกทะเลจับปลาเลย ใครจะคิดว่าเขาซ่อนฝีมือไว้ ไม่ทำก็แล้วไป พอลงมือขึ้นมาก็สะเทือนทั้งวงการเลย!”
