ระหว่างที่พูดคุยกัน
ทั้งสามคนก็มาถึงหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว
เวลาล่วงเข้าช่วงเที่ยงวันแล้ว
ลูกค้าที่แวะมากินก๋วยเตี๋ยวทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย
เสื้อผ้าของโจวจิ้งชิวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แนบติดกับผิวขาวผ่อง
ยิ่งทำให้รูปร่างเพรียวบางของเธอดูเร่าร้อนเย้ายวนมากขึ้น
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ แบบนี้อยู่ริมถนนตามลำพัง
ทุกวันคงต้องเผชิญกับคำพูดหยอกล้อจากพวกเศษสวะสังคมไม่น้อย
แต่สำหรับโจวจิ้งชิวแล้ว
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงแรก ๆ เท่านั้น
หลังจากคนอื่นรู้ว่าโจวจิ้งชิวเป็นอดีตภรรยาของเจียงหยวน
นอกจากตู้เหยินที่ไม่รู้จักเจียมตัวและดันเข้ามาหาเรื่อง ก็ไม่มีใครกล้าพูดจาหยอกล้อโจวจิ้งชิวอีก
ยิ่งเมื่อสองวันก่อน
ตู้เหยินถูกจับไปแล้ว
ยิ่งเป็นการปิดโอกาสไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด
ที่จริงโจวจิ้งชิวก็ไม่ได้โง่
เธอรู้ดีว่าแม้เจียงหยวนจะหย่ากับเธอแล้ว
แต่ชื่อเสียงของเจียงหยวนในคอมมูนก็โด่งดังไม่น้อย
เมื่อมองเห็นเจียงหยวนกับเจียงไห่เซิงเดินตรงมาจากระยะไกล อีกคนคือหลีว่านเทียน ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านซาปู้
โจวจิ้งชิววางชามสามใบลงบนเตาตามสะดวก
จากนั้นก็หย่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวสามกำมือลงในหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือด
ตอนเจียงไห่เซิงเดินมาอยู่ห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวไม่ถึงห้าเมตร โจวจิ้งชิวก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “พวกคุณนั่งรอก่อนนะ ก๋วยเตี๋ยวใกล้เสร็จแล้ว”
เจียงไห่เซิงกับหลีว่านเทียนหาที่นั่ง
เจียงหยวนเห็นโจวจิ้งชิวกำลังง่วนอยู่กับงาน ก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา
อย่างไรเสีย
