ตอนนี้แววตาของหลีว่านเทียนพลันแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
เรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาไม่คิดเลยว่าเมียตัวเองจะยังไม่สำนึกผิดอีก
เจียงหยวนกางมือออก พูดด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “ใช่ไง เพราะงั้นเพื่อไม่ให้ใครเอาเปรียบ ผมก็ต้องไปหาคนอื่นมาจับคู่เรือแล้วล่ะ”
เพียงประโยคเดียว
ซูเฟินฟางก็อึ้งจนพูดไม่ออกทันที
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันพูดขึ้นมาบ้าง
หลี่โหย่วชิ่งพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่นว่า “พี่สะใภ้รู้ไหมครับว่าตอนนี้อี๋วนออกทะเลแต่ละครั้งหาเงินได้เท่าไร”
“ตอนที่เขาแบ่งให้พวกคุณ เขาแบ่งสามต่อเจ็ด”
“ตอนนี้พาลุงโจวกับต้าฟะไปสองคน ก็แบ่งกันสองต่อแปด”
“ถึงอย่างนั้น วันนี้ลุงโจวก็ได้เงินไปตั้งสี่สิบกว่าหยวนแล้วใช่ไหมครับ”
โจวเต๋อหลี่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วพยักหน้าตอบว่า “ใช่ วันนี้โชคดี ตามอี๋วนไปจับกุ้งเสือมาได้ตั้งเยอะ”
หลี่โหย่วชิ่งยิ้มราวกับเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนพูดต่อว่า “พี่สะใภ้ ฟังให้ดีสิครับ ฟังให้ชัด ๆ ออกทะเลครั้งเดียวก็ได้เงินตั้งสี่สิบกว่าหยวน แล้วพวกเราล่ะ”
“พูดกันตามตรง ถ้าเป็นผม อี๋วนยังคิดจะหาคนมาจับคู่เรืออีก ก็มาเรียกผมได้เลยครับ แหะ ๆ แบ่งให้ผมสักหนึ่งส่วน ผมคงตื่นมาหัวเราะตอนกลางคืนแน่”
เฝิงเจี้ยนกั๊วะถอนหายใจแล้วพูดว่า “เฮ้อ...ก็ใช่น่ะสิ ตอนนี้พวกเราออกทะเลสิบครั้ง ว่างเปล่าเสียเก้าครั้ง”
“ออกทะเลครั้งหนึ่งหาเงินได้สองสามหยวนก็นับว่าโชคดีมากแล้ว”
“จะไปคิดได้ยังไงว่าจะหาเงินได้ครั้งละหลายสิบหยวน”
