“จากสถานการณ์ตอนนี้ ฝ่ายคนดีมีโอกาสชนะไม่มาก”
“หมายเลข 5 ดูไม่เหมือนกำลังโกหก สีหน้าและท่าทางเป็นธรรมชาติมาก มีโอกาสสูงว่าจะเป็นแม่มดตัวจริงที่ถูกฝั่งหมาป่าเดาตัวตนได้”
“ตอนแจกไพ่ หมายเลข 5 แสดงสีหน้าประหลาดใจตอนเห็นไพ่บทบาทชัดเจนเกินไป ฝั่งหมาป่าถึงได้ลุกขึ้นมาแจกไพ่ให้เธอ”
“ถึงจะแจกผิดก็ไม่เป็นไร ฝั่งหมาป่าฆ่าตัวตายกลืนตราผู้กองได้ กลางคืนค่อยฆ่าฉันทิ้ง ตราผู้กองก็จะสูญหาย วันที่ 2 ทุกคนจะทำได้แค่หลับตาหาหมาป่า”
หมายเลข 7 ได้พูดเป็นลำดับท้าย ๆ ส่วนหมายเลข 2 แจกไพ่ให้แม่มดตัวจริงได้ถูกต้อง แต่เธอกลับแจกไพ่ชาวบ้านใบหนึ่ง แถมยังอยู่ฝั่งผู้สมัครผู้กอง จึงไม่รู้เลยว่าแจกถูกหรือไม่
แต่คำพูดของเธอเป็นระเบียบชัดเจน แม้จะเสียเปรียบก็ไม่ท้อแท้แม้แต่น้อย
“หลังฟังคำพูดของทุกคนที่สมัครผู้กองแล้ว ประกอบกับปฏิกิริยาของทุกคนตอนรับไพ่บทบาท ตอนนี้ฉันล็อกเป้าหมาป่าไว้ที่หมายเลข 1 กับหมายเลข 2”
“ที่เหลือยังมีอีกหนึ่งคนที่ไม่แน่ใจ”
ชายหัวโล้นหมายเลข 1 ได้ยินแล้วชี้ตัวเอง ฉันน่ะหรือ? หมาป่า?
“หมายเลข 9 โหวตให้ฉันด้วย”
หมายเลข 7 พูดจบ
จี้เวยกล่าวว่า “ทุกคนคงฟังออกนะว่า ถ้าวัดจากคำพูดและตรรกะของผู้หยั่งรู้ทั้งสองคน หมายเลข 7 ดีกว่าหมายเลข 2 มาก”
“ยิ่งในเมื่อหมายเลข 2 แจกบทบาทแม่มดได้ถูกต้อง ถ้าหมายเลข 7 เป็นหมาป่า ก็ควรแจกไพ่ตรวจพบหมาป่าให้คนที่ไม่ได้สมัครผู้กอง เพื่อบีบพื้นที่เอาชีวิตรอดของฝ่ายคนดี ไม่ใช่แจกไพ่ชาวบ้านให้หมายเลข 9”
“หมายเลข 7 มีแววเป็นผู้หยั่งรู้”
“เกมนี้ไม่ได้จบกันแค่รอบเดียว ฉันหวังว่าทุกคนจะโหวตอย่างระมัดระวัง”
“ดูก่อนว่าหมายเลข 9 ยอมรับว่าเป็นชาวบ้านไหม ถ้าหมายเลข 7 แจกบทบาทให้หมายเลข 9 ถูก ก็โหวตให้หมายเลข 7 ถ้าแจกผิดก็โหวตให้หมายเลข 2”
“อีกอย่าง รอบนี้เล่นยาก นักล่าต้องซ่อนตัวให้ดี”
จี้เวยเชื่อใจอาจารย์แม่อย่างไม่มีเงื่อนไขอยู่แล้ว
แต่เกมก็คือเกม คนอื่นไม่รู้จักพวกเธอ
เธอจะสนับสนุนอาจารย์แม่แบบไม่ลืมหูลืมตาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะคิดว่าเธอเป็นหมาป่าที่กำลังพุ่งเข้าช่วยพวกเดียวกัน
ตอนนี้แรงกดดันตกอยู่ที่เจียงหลิง
ผู้พูดคนสุดท้ายในฝั่งผู้สมัครผู้กอง แถมยังได้ไพ่นักล่าอีก
