ในบ้านไม่ได้จุดตะเกียง มืดสนิททั้งห้อง
ซ่งเซียงหลานนั่งอยู่ริมเตียง แผ่นหลังตั้งตรง มีเพียงอกที่ขยับขึ้นลงแผ่วเบา
“แม่”
เฉิ่นฮุ่ยจวินผลักประตูเข้ามา
ในอ้อมแขนมีขนมเก้าชั้นกับขนมปังใบเตย อาศัยแสงจันทร์คลำไปวางไว้บนโต๊ะ
“ทำไมไม่จุดตะเกียงล่ะ เหนื่อยมากเลยหรือ?”
เฉิ่นฮุ่ยจวินพูดพลางควานหาไม้ขีดมาจุดตะเกียง
ซ่งเซียงหลานถอนหายใจยาว
เสียงนั้นฟังดูหนักอึ้งเป็นพิเศษในค่ำคืนมืดมิด
“เรื่องของต้าฮวา ฉันรู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน
ถ้าไม่ใช่เพราะจะยืมรถสามล้อของฉัน ป้าหวงก็คงไม่ฉวยโอกาสหาเรื่อง ต้าฮวาก็คงไม่ต้องเสียอาชีพหาปลาไป”
เธอไม่ได้คิดจะทำให้ต้าฮวาต้องสูญเสียรายได้
มือของเฉิ่นฮุ่ยจวินชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยปลอบเสียงเบา
“แม่ จะโทษแม่ได้ยังไงล่ะ? เจ็บสั้นดีกว่าทนเจ็บนาน ๆ น้าต้าฮวาสลัดพวกปลิงดูดเลือดทั้งบ้านนั่นออกไปได้ อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็ได้นะ”
“เหตุผลก็เป็นอย่างนั้นแหละ แต่ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไป”
ซ่งเซียงหลานลุกขึ้นยืน
ปัดฝุ่นที่ขากางเกง
“เอาขนมเก้าชั้นกับขนมปังนี่ไปไว้ที่ห้องพวกเธอ แบ่งให้ถิงถิงด้วย
พวกเธอยังสาว ท้องไม่มีอะไรตกถึงก็หิวเร็ว
ตอนนี้ฉันมีเรื่องหนักใจ กินไปก็คงย่อยไม่ลง”
เฉิ่นฮุ่ยจวินไม่ได้เอาไปทั้งหมด ยืนกรานว่าจะวางขนมปังใบเตยสองชิ้นกับขนมเก้าชั้นหนึ่งกล่องไว้บนโต๊ะ
“แม่ ถ้าหิวก็หยิบกินได้เลยนะ”
พูดจบก็อุ้มของกินที่เหลือไปยังห้องของซ่งถิงถิงซึ่งอยู่ข้าง ๆ
เมื่อได้ยินเสียงเด็กสาวสองคนกระซิบร้องดีใจจากห้องข้าง ๆ ซ่งเซียงหลานก็ยิ้มขื่น
เธอหยิบขนมปังจากโต๊ะขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วหันไปค้นกระสอบปุ๋ยที่ใส่เส้นหมี่ขาวไว้ในตู้
