ลมใต้ผาหินแข็งกร้าวราวกับคมมีด
บาดใบหน้าจนเจ็บแสบ
หลินฟางซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของซ่งเซียงหลาน เสียงสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
“ป้าคะ ฉันไม่อยากตาย พอหลับตาทีไรก็เห็นสายตารังเกียจของเถี่ยตั้น
ฉันทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้าอยู่บ้านสามี อดทนได้ทุกอย่าง แต่สายตาของลูก…ทำให้ฉันสิ้นหวัง…”
มันคือความหนาวเหน็บสิ้นหวังยิ่งกว่าความตาย
ราวกับมีดทื่อ ๆ กำลังบดขยี้หัวใจ
ซ่งเซียงหลานยื่นมือเช็ดโคลนบนใบหน้าให้เธอ “เด็กบางคนเกิดมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ แต่บางคนก็เกิดมาเพื่อทวงหนี้
ในเมื่อพวกตระกูลเกิ่งทำให้ความคิดความอ่านของเด็กพวกนั้นบิดเบี้ยวไปแล้ว เธอก็อย่าเสียแรงไปดัดนิสัยพวกเขาเลย ระวังจะพาตัวเองเดือดร้อนเปล่า ๆ”
ร่างหลินฟางแข็งทื่อ
เธอมองซ่งเซียงหลานอย่างเหม่อลอย
“อยากมีลูกอีกก็ไม่เห็นยากเลยนี่”
คำพูดของซ่งเซียงหลานชวนตะลึง “หย่าแล้วก็เปลี่ยนผู้ชายคนใหม่ มีลูกได้เหมือนกัน
เปลี่ยนบ้านใหม่แล้วมีลูกเป็นโขยงก็ยังได้
ที่สำคัญคือผู้ชายที่ให้กำเนิดลูกด้วยเป็นคนยังไง ถ้ารากไม่ดี ต้นกล้าที่งอกมาก็ย่อมบิดเบี้ยว
เธอจะเอาชีวิตทั้งชีวิตไปทิ้งเพราะต้นกล้าเบี้ยว ๆ สองต้น คุ้มเหรอ?”
“เปลี่ยนบ้านใหม่…มีลูกเป็นโขยงเหรอ?”
หลินฟางตะลึงกับคำพูดที่แหวกแนวเกินคาดนี้
“ใช่! คนเราเกิดมาทั้งที ก็ต้องใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง
ถ้าเธออยากกลับไปทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า ให้คนชี้หน้าด่าว่าเป็นหญิงแพศยา แล้วสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายกลางดึก ก็กลับไปสิ
แต่ถ้าไม่อยาก ก็ถีบกองปัญหานั่นทิ้งไปเลย!”
หลินฟางสะท้านไปทั้งตัว ในหัวผุดภาพคำสาปแช่งร้ายกาจของแม่สามีกับคนในบ้าน หมัดเย็นชาของสามี และสายตาดูแคลนของลูก ๆ
ความรู้สึกอึดอัดราวกับถูกบีบรัดทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก
“ฉันไม่กลับ!”
“ป้าคะ ฉันจะหย่า ตายก็ไม่กลับไปที่เฮงซวยนั่น!”
“ดี มีแรงฮึดแบบนี้ก็ดีแล้ว”
