ถังเสี่ยวจวินก็โมโหมาก โกรธที่เมียของตัวเองคิดแผนสู้คนอื่นไม่ได้
พอเห็นถังเสี่ยวหู่พี่ชายคนโตใช้ตะเกียบแคะกระดูกชิ้นใหญ่ แล้วดูดไขกระดูกข้างในดังซู้ด
เขาก็กลืนน้ำลายอีกครั้ง น่าเสียดายที่ไม่มีใครเรียกให้กินข้าว จะให้หน้าด้านตักเพิ่มอีกชามก็ทำไม่ลง รู้อย่างนี้น่าจะรอกินพร้อมคนอื่น
ซ่งเซียงหลานกำลังเคี้ยวหน่อไม้แห้งอยู่ในปาก
แต่สายตากลับกวาดมองใบหน้าถังเสี่ยวเป่าราวกับมีตะขอเกี่ยวอยู่ถึงสองรอบ
“จุ๊ ๆ ๆ”
พอซ่งเซียงหลานส่งเสียง
ทุกคนบนโต๊ะก็หันมามอง
ซ่งเซียงหลานชี้ปลายตะเกียบไปทางถังเสี่ยวเป่า
ทำหน้าตาตื่นเต้นเกินเหตุ
“พี่รอง อย่าเพิ่งว่าอะไรนะ เด็กคนนี้หน้าตามีเอกลักษณ์จริง ๆ
ดูแก้มสิ หน้าขาวก็จริง แต่เนื้อย้วยเหมือนแป้งที่ขึ้นฟูแล้วโดนจิ้มจนเป็นรูพรุน
ฉันเห็นคนบ้านถังต่างก็มีสันจมูกโด่งกันทั้งนั้น
ทำไมเด็กคนนี้สันจมูกแบนเหมือนล้มหน้าคว่ำบนถนนจนแบนไปเลยล่ะ?”
“น้าสามพูดอะไรคะ เด็กยังโตไม่เต็มที่สักหน่อย!”
เฉียนหงขึ้นเสียงสูงจนเกือบแหลม
ซ่งเซียงหลานไม่สนใจเธอ
หันไปมองเด็กสี่คนของถังเสี่ยวหู่ที่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ อยู่ตรงมุมห้อง
จากนั้นก็มองลูกสาวสองคนของถังเสี่ยวจวินที่นั่งอย่างหวาด ๆ
“เด็กสี่คนบ้านเสี่ยวหู่หน้าตาดูเข้ากันดี มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกหลานบ้านถัง
ส่วนลูกสาวสองคนของเสี่ยวจวิน ถึงจะผอมไปหน่อย
แต่ตากับจมูกก็ถอดแบบเสี่ยวจวินมาเป๊ะ มีแต่เสี่ยวเป่าคนนี้...”
ซ่งเซียงหลานส่ายหน้า
สีหน้าเสียดาย
“นี่มันที่เขาเรียกว่ายีนกลายพันธุ์หรือเปล่า?”
จ้าวเสี่ยวโอวกำลังเช็ดปากให้ลูกสาว พอได้ยินคำนี้ แววตาก็ไหววูบ
เธอแอบมองถังเสี่ยวจวินกับถังเสี่ยวเป่า
พอมองดี ๆ ถังเสี่ยวจวินมีตาสองชั้นโต
ส่วนถังเสี่ยวเป่าเป็นตาบวม ๆ เหมือนเอาไม้เขี่ยเตาไฟมาขีดบนหน้าเป็นร่องจนกลายเป็นเบ้าตา
ถังเสี่ยวจวินหน้าค่อนข้างยาว ส่วนหน้าถังเสี่ยวเป่าเหมือนก้นล่อ
ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดไปทางนั้น
แต่ยิ่งมองตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
เฉียนหงร้อนใจจนแทบอยู่ไม่สุข
รีบจับถังเสี่ยวเป่าไปซ่อนไว้ด้านหลัง
“กลับเข้าห้องไปทำการบ้าน”
