ซ่งเซียงหลานยกกระสอบปุ๋ยในมือไปวางตรงหน้าหญิงชราที่อยู่บ้านข้าง ๆ แล้วหยิบปลาหมึกแห้งห่อหนึ่งออกมาจากข้างใน
“พี่สาว ของนี่เอาไปลองชิมนะ ของดีเลยล่ะ เอาไปตุ๋นกับขาหมูหรือกระดูกท่อนใหญ่ ช่วยบำรุงร่างกายได้ดี ฉันเห็นว่าหลานสะใภ้ของพี่ใกล้คลอดแล้วใช่ไหม เก็บไว้ตุ๋นบำรุงร่างกายเถอะ”
“ฝากกระสอบปุ๋ยของเราไว้ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นเราค่อยกลับมาเอา”
ตอนแรกหญิงชราแค่ชี้ไปตามเรื่องตามราว
ไม่คิดว่าจะได้ของดีติดมือด้วย
เธอรับปลาหมึกแห้งมาดม ดูเป็นของดีจริง ๆ
เอาไปตุ๋นกับขาหมูช่วงอยู่ไฟคงบำรุงได้ไม่น้อย
“โธ่ น้องสาว เกรงใจกันเกินไปแล้ว!” หญิงชรายิ้มจนรอยย่นบนใบหน้าคลี่ออก “วางของไว้ในห้องฉันนี่แหละ ไม่หายหรอก ไปทำธุระกันตามสบายเลย”
จัดการฝากของเรียบร้อยแล้ว
ซ่งเซียงหลานปัดฝุ่นบนมือ
จากนั้นก็ดึงซ่งเซียงเหมยที่ยังจะพูดเกรงอกเกรงใจไม่เลิกให้ออกไปด้วยกัน
“น้องสาม ตอนนี้เราจะไปไหนกัน?”
“ไปหาพี่เขยรอง” ซ่งเซียงหลานก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าไปยังสถานรับซื้อของเก่า
พอถึงหน้าสถานรับซื้อ
กลิ่นอับปนกับกลิ่นเปรี้ยวเหม็นจากขยะหมักโชยเข้ามาปะทะหน้า
ในลานมีเศษกระดาษลัง กรอบเหล็กขึ้นสนิม ตู้ และของอื่น ๆ กองสูงเป็นภูเขาเลากา...
พี่เขยรองถังยกแก้วน้ำเคลือบอยู่
กำลังคุยโวกับเพื่อนร่วมงานสองคน
น้ำลายกระเด็นไปทั่ว
เล่าเรื่องที่ตัวเองไปบ้านพ่อแม่ของภรรยาแล้วได้รับการต้อนรับอย่างไร
ซ่งเซียงหลานเดินดุ่ม ๆ เข้าไป
ไม่แม้แต่จะทักทาย แค่ไปยืนข้างตาชั่งตัวใหญ่
แล้วหัวเราะเย็นชา
“พี่เขยรองใช้ชีวิตสุขสบายดีนี่ พวกเราถูกลูกสะใภ้พี่ยืนชี้หน้าด่าว่าเป็นขอทานอยู่หน้าบ้าน แถมยังจะปล่อยหมามากัด แต่พี่กลับว่างสบายใจ มีอารมณ์นั่งจิบชาเลยนะ?”
“ญาติยากจนก็ต้องตัดขาดกันด้วยหรือไง?”
ถังเกือบสำลักชาที่กำลังดื่มลงปอด
เขาเป็นคนรักหน้าตามาก
ปกติชอบคุยโวในที่ทำงานว่าครอบครัวรักใคร่กลมเกลียว แถมยังเป็นคนมีหลักการ
อีกอย่าง จะไม่ยอมรับญาติก็ไม่ได้ ทุกปีเขากับซ่งเซียงเหอกลับบ้านนอกไปก็ขนมันเทศ ข้าว แป้ง ผัก อาหารทะเล ไข่ไก่...กลับมาไม่น้อย
พอได้ยินแบบนี้
สายตาของเพื่อนร่วมงานสองคนที่อยู่แถวนั้นก็เปลี่ยนไปทันที
