แต่สะใภ้สาวฝีมือคล่องแคล่วหลายคนก็เรียนรู้เคล็ดลับได้อย่างรวดเร็ว พลางหยอกล้อกันไปพลางทำงานไป ก็ได้ผลผลิตไม่น้อยเลยทีเดียว
เกาลัดสีน้ำตาลเข้มที่แกะออกมา กลม ๆ เต่ง ๆ เต็มอ่างใหญ่จนล้น
“เถาหย่า ต่อไปทำยังไง ต้มลงหม้อเลยหรือ” หญิงชราคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ต้องกรีดปากมันก่อน” เสิ่นเถาเถาหยิบเกาลัดขึ้นมาหนึ่งลูก ใช้มีดเล็กกรีดเป็นรูปกากบาทบนเปลือกที่อวบอ้วน “ถึงจะต้มให้ซึมซาบรสชาติได้ง่าย และไม่ให้มันระเบิดในหม้อโดนคนอีกด้วย”
ทุกคนพอเห็นก็เข้าใจ ต่างคนต่างไปหยิบกรรไกรหรือมีดเล็ก ๆ มานั่งล้อมอ่าง แล้วพลางคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยไปพลางกรีดเปลือกเกาลัดไป เสียงกรอบแกรบดังไม่ขาดระยะ ปนกับเสียงหัวเราะพูดคุยของเหล่าสตรี
ส่วนอาผู้เฒ่าก็วุ่นวายอยู่ที่ครัว
ล้างหม้อใบใหญ่ให้สะอาด เติมน้ำเกือบครึ่งหม้อ เทเกาลัดที่เตรียมไว้ลงไป ให้น้ำท่วมเกาลัด จากนั้นปิดฝาหม้อไม้หนา ๆ ยัดฟืนแข็งเข้าไปในเตา เปิดไฟแรงต้มให้เดือด
“ต้องต้มนานแค่ไหน เถาหย่า” อาผู้เฒ่าถาม
“พอเดือดแล้ว ต้องต้มอีกสักครึ่งเค่อกระมัง” เสิ่นเถาเถาคะเนพลางกล่าว “ต้องต้มจนเนื้อเกาลัดนุ่มละมุนถึงจะใช้ได้”
ไฟในเตาลุกโชน กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ค่อย ๆ แผ่กระจายออกมา
“โอ้ย ได้กลิ่นหอมแล้วนี่นา” สะใภ้ตระกูลเจ้ากระดุ้งจมูกเล็กน้อย
“ใช่สิ แต่ก่อนไม่เห็นรู้ว่าของอย่างนี้กินได้” แม่บ้านตระกูลหลี่ก็อดรำพึงไม่ได้
