ชายชราคนนั้นตกใจจนหดคอ
“พูดอะไรของแก แกชนคนแล้วยังคิดจะไม่รับผิดชอบอีกหรือ!”
ตำรวจที่อยู่ข้าง ๆ ชักปืนออกมาเล็งไปที่ชายชรา “พวกแกรู้ไหมว่าเด็กที่พาตัวไปเป็นใคร?”
ชายชราสะดุ้ง เขารู้แค่ว่าวันนี้รถตู้ของสะใภ้บ้านจางกลับมา นึกว่าเป็นผู้หญิงที่ลักพาตัวมาเสียอีก ใครจะคิดว่าเป็นเด็ก
เด็ก?
เด็กอะไรกัน ถึงกับทำให้ตำรวจมาถึงที่นี่ได้
ชายชรากุมขาตัวเองไว้ “ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”
ลู่เหยาเห็นสองคนนี้ทำตัวหน้าด้านไม่ยอมรับ ก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว
“คนทั้งหมู่บ้านของพวกแกสมรู้ร่วมคิดปกป้องขบวนการค้ามนุษย์ รู้ไหมว่านี่ผิดกฎหมาย!”
รู้แล้วจะทำไม?
พวกเขาไล่ตำรวจกลับไปแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย
ชายชราพูดจาพาลหาเรื่อง “แม่หนู อย่ามาพูดเหลวไหล พวกเราทั้งหมู่บ้านเป็นพลเมืองดี!”
เซียงหนานแค่นเสียงเย็นชา “พลเมืองดีงั้นหรือ? ฉันว่าพวกแกเป็นพลเมืองจอมก่อกวนมากกว่า คิดว่าไม่พูดแล้วเราจะสืบไม่เจอหรือไง?”
แม้ชายชราจะไม่รู้ว่าเด็กที่สะใภ้บ้านจางลักพาตัวมาคือลูกใคร แต่เขารู้ว่าห้ามปล่อยให้ตำรวจเข้าหมู่บ้าน คนโสดในหมู่บ้านของพวกเขาหาภรรยาได้ยาก จะปล่อยให้ถูกพาตัวไปไม่ได้เด็ดขาด
ในตอนนั้นเอง รถทหารหลายสิบคันก็เคลื่อนขบวนมาถึงหมู่บ้านหลี่เจียวาอย่างยิ่งใหญ่
ฮั่วเป่ยเจิงเห็นรถของเซียงหนานจอดอยู่ตรงนี้ จึงสั่งให้คนขับจอดรถตาม
ลู่เหยาพูดว่า “ผู้การกองพลฮั่ว ในที่สุดคุณก็มาสักที!”
ชายชราสะดุ้ง ไม่คิดว่าจะมีทหารมามากมายขนาดนี้ เด็กที่สะใภ้บ้านจางลักพาตัวมานี่เป็นลูกใครกันแน่?
ฮั่วเป่ยเจิงเดินมาหาทั้งสองคน “ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง? ผู้การฟู่มีข่าวหรือยัง?”
เซียงหนานตอบว่า “ยังครับ เดิมทีพวกเราจะเข้าไปสืบในหมู่บ้านก่อน แต่ชาวบ้านขวางไว้ พวกเราซักถามสองคนนี้แล้ว แต่พวกเขาไม่ยอมพูดอะไรเลย”
