จากนั้นชายหนุ่มก็ย่อตัวลง มืออีกข้างสอดรองใต้เข่าทั้งสองข้างของลู่เหยา แล้วออกแรงยกเพียงครั้งเดียว ก็อุ้มเธอขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
ฟู่หยวนเจิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกว่าหลังคลอดลูกแล้ว ลู่เหยาเบาลงไปมาก
เขาก้มมองท้องของเธอ ซึ่งไม่ได้ใหญ่โตจนน่าตกใจเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
จากนั้นฟู่หยวนเจิงก็อุ้มลู่เหยาไปยังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
หยางเหวยหงกับเฉินหมานเจินเห็นผ้าปูที่นอนเปื้อนเพราะลู่เหยา ทั้งสองจึงช่วยกันเปลี่ยนผืนใหม่
ระหว่างทาง ฟู่หยวนเจิงอุ้มลู่เหยาเดินผ่านหน้าห้องผู้ป่วยหลายห้อง
คนที่รู้จักพวกเขาอดชื่นชมไม่ได้ พ่อของแฝดห้านี่แรงเยอะจริง ๆ!
เมื่อมาถึงห้องน้ำ ฟู่หยวนเจิงก็หาห้องที่ไม่มีคนอยู่ แล้ววางลู่เหยาลง
ฟู่หยวนเจิงเห็นเธอยืนแทบไม่ไหว จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามว่า “ต้องให้ฉันช่วยไหม?”
จะช่วยยังไงล่ะ?
ลู่เหยานึกถึงสภาพที่พอถอดกางเกงแล้วก็มีเลือดเปื้อนเต็มไปหมด จึงออกแรงผลักชายหนุ่มให้ออกไป
“ไม่ต้อง!”
จากนั้นประตูห้องน้ำก็ปิดลง
ตอนแรกฟู่หยวนเจิงคิดจะไปรอที่หน้าห้องน้ำ แต่เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่ลู่เหยาเกือบเป็นลม เขาจึงยืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ
ลู่เหยาผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย
ต้องบอกเลยว่าพอถอดกางเกงออก ก็เห็นว่ามีน้ำคาวปลาเปื้อนอยู่เต็มจริง ๆ เธอรีบเปลี่ยนตัวใหม่ทันที ทั้งอยากร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา หลังจากแปะผ้าอนามัยแผ่นใหม่ลงบนกางเกงชั้นในตัวใหม่แล้ว ถึงค่อยรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
แต่กางเกงตัวเก่าที่เปื้อนสกปรกนั้น ลู่เหยาเห็นแล้วก็รู้สึกขยะแขยง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เปื้อนขนาดนี้เธอคงโยนทิ้งไปนานแล้ว!
แต่ตอนนี้เป็นยุคที่ข้าวของขาดแคลน
