จ้าวเหวยหงนึกโมโหที่ลูกสาวไม่ได้ดั่งใจ ไม่รู้ว่าอยู่ ๆ ทำไมถึงกลายเป็นสาวโง่เพราะรักไปได้?
เฉินหมานเจินพลันโล่งใจ นางไม่ได้รับเงินมา เพียงยิ้มแล้วตบหลังมือของลูกสะใภ้เบา ๆ “เงินก้อนนี้ให้เธอ รับไว้เถอะ แม่เก็บเงินไว้หนึ่งร้อยหยวน เดี๋ยวแม่จะไปซื้อของให้เธอเพิ่มกับหยวนเจิง”
ท้ายที่สุด เงินก้อนนี้ก็ยังให้ลู่เหยาอยู่ดี
ลู่เหยาเก็บเงินไว้ใต้หมอน
จ้าวเหวยหงไม่คิดว่าตระกูลฟู่จะรู้จักวางตัวดีขนาดนี้ จึงไม่หาเรื่องอีก หันไปดูเสื้อผ้าเด็กอย่างเบิกบานใจ
ส่วนเฉินหมานเจินกับฟู่หยวนเจิงก็ออกไปซื้อของใช้สำหรับแม่และเด็กต่อ
หญิงตั้งครรภ์ห้องข้าง ๆ เห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ “ครอบครัวสามีเธอดีจริง ๆ ถ้าแม่สามีฉันดีได้ครึ่งหนึ่งเหมือนแม่สามีเธอ ฉันก็พอใจแล้ว!”
ลู่เหยานึกถึงจุดจบของเจ้าของร่างเดิมในชาติก่อนที่ทำตัวเองจนตาย ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้ทักษะการแสดงของเธอจริง ๆ!
ลู่เหยาปลอบหญิงตั้งครรภ์ห้องข้าง ๆ “ชีวิตเป็นของเราเอง ถ้าเข้ากับแม่สามีไม่ได้ ก็แยกกันอยู่สิ”
หญิงตั้งครรภ์พยักหน้า “เธอพูดถูก แค่ไม่รู้ว่าสามีฉันจะยอมหรือเปล่า”
หญิงตั้งครรภ์เล่าเรื่องการคลอดลูกให้ลู่เหยาฟัง พอนึกว่าตัวเองใกล้จะคลอดแล้ว ในใจก็อดหวั่นวิตกไม่ได้
พอตกเย็น เฉินหมานเจินกับฟู่หยวนเจิงก็กลับมา พร้อมของใช้สำหรับแม่และเด็กอีกมากมาย ทั้งยังมีนมผงหงซิง และซื้อขวดนมมาถึงห้าขวด
เฉินหมานเจินยังซื้อเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนให้ลู่เหยาสองชุด รวมถึงชุดชั้นในสำหรับหญิงตั้งครรภ์ด้วย
เห็นดังนั้น ลู่เหยาก็อดซาบซึ้งใจไม่ได้ แม่สามีดีขนาดนี้จะไปหาที่ไหนได้อีก เจ้าของร่างเดิมคงสมองมีปัญหา ถึงได้คอยหาเรื่องและโวยวายอยู่ตลอด
