เฉินหมานเจินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปมองฟู่หยวนเจิง “ดูแลภรรยาของนายให้ดีนะ ฉันไปคุยกับหงจื่อก่อน”
จากนั้นเฉินหมานเจินก็เดินออกจากห้องพยาบาลไป
ฟู่อิงหงเห็นแม่เดินออกมา ก็ไม่รู้ว่าควรถามเรื่องลู่เหยาดีหรือไม่
เธอทั้งเกลียดลู่เหยา และเป็นห่วงลูกทั้งห้าในท้องของอีกฝ่าย
“แม่! ฉัน...”
“ตามแม่มา แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
เฉินหมานเจินเห็นคนมากมายยืนมุงดูอยู่หน้าประตู ก็รู้สึกอับอาย
ฟู่อิงหงเดินตามเฉินหมานเจินไปยังที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง
ฟู่อิงหงพูดว่า “แม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย พวกแม่ลูกนั่นต่างหากที่เกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะลู่เหยา ครอบครัวเราจะถูกส่งลงไปทำงานในชนบทหรือไง!”
เฉินหมานเจินพูดว่า “หงจื่อ เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกคิด อย่างไรเหยาเหยาก็เป็นพี่สะใภ้ของลูก ต่อไปพูดกับเธอให้สุภาพหน่อย”
ฟู่อิงหงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าแม่จะพูดแบบนี้
“แม่ ลู่เหยาเป่าหูแม่ด้วยอะไร เพราะลูกห้าคนในท้องเธอหรือไง? แม่ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอกับแม่ของเธอใช้วิธีสกปรกอะไร พี่ชายถูกแม่ลูกคู่นั้นทำร้ายจนย่ำแย่ขนาดไหน!”
ฟู่อิงหงโกรธจนตะโกนออกมา
เฉินหมานเจินดุว่า “หงจื่อ!”
เมื่อนึกถึงเรื่องที่แม่ตบหน้าเธอเมื่อครู่ ฟู่อิงหงก็โกรธจนหยาดน้ำตาร่วงเผาะ
“ฉันไม่สนหรอก ในใจฉันมีพี่เนี่ยนชิงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นพี่สะใภ้!”
พูดจบ ฟู่อิงหงก็ร้องไห้วิ่งหนีไปทันที!
“หงจื่อ!”
เฉินหมานเจินตะโกนเรียก แต่ไม่ได้วิ่งตามไป
เธอถอนหายใจ ดูท่าคงต้องหาเวลาคุยกับหงจื่อเรื่องนี้ให้ดีเสียแล้ว
ภายในห้องพยาบาล
ลู่เหยาถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดเรื่องก็ผ่านไปได้
เธอนึกถึงในนิยายต้นฉบับว่าเจ้าของร่างเดิมตายเพราะคลอดยาก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปะทะกับน้องสามีคนนี้
