พอเห็นเขาเป็นแบบนั้น ลู่เหยาก็แอบขอบคุณฟ้าดินอยู่ในใจ
ที่เขาไม่สะบัดมือเธอออกต่อหน้าคนอื่น ก็นับว่าไว้หน้าเธอมากแล้ว
นักข่าวกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นพรหมลิขิตจริง ๆ พวกคุณรักกันขนาดนี้ เจ้าตัวน้อยทั้งห้าคงมีความสุขมากเลยนะคะ”
หลัก ๆ แล้วนักข่าวมาสัมภาษณ์เจ้าตัวน้อยทั้งห้า พอถามเสร็จ เธอก็พากล้องเดินไปถ่ายที่รักของโชคชะตาทั้งห้า
เด็กทั้งห้าไม่ได้ตัวย่นเหมือนทารกแรกเกิดทั่วไป แต่ละคนขาวสะอาดน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
นักข่าวอดใจไม่ไหว อยากจะอุ้มพวกเขาสักคน
ลู่เหยาถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่คิดว่านักข่าวจะถามคำถามชวนตายแบบนี้ออกมา
เธอมองไปทางฟู่หยวนเจิงโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ฟู่หยวนเจิงคลายมือออกแล้ว
เขากลับไปมีท่าทางเย็นชาเหมือนก่อนหน้าอีกครั้ง
ลู่เหยาเม้มปากอย่างไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ ยังคงกำปลายนิ้วของฟู่หยวนเจิงไว้แน่น
“ที่รัก ตอนนี้ฉันยังกลัวอยู่เลย ในห้องคลอดหนาวมาก มือคุณอุ่นจัง” น้ำเสียงของลู่เหยาออดอ้อน อ่อนหวานนุ่มนวล
ฟู่หยวนเจิงเหลือบมองเธอ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สะบัดมือเธอออก เขาดึงผ้าห่มที่อยู่ข้าง ๆ มาคลุมให้เธออีกครั้ง
“คุณพักต่ออีกหน่อยเถอะ พอนักข่าวกลับไปแล้ว ผมจะไปหาอะไรมาให้คุณกิน”
น้ำเสียงของฟู่หยวนเจิงราบเรียบ ราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากคำถามของนักข่าว
เห็นเขาไม่โกรธ ลู่เหยาก็โล่งใจ แต่ยังจับมือเขาไปวางไว้ข้างหมอน
เธอบอกแล้วไง ผู้หญิงที่รู้จักออดอ้อนย่อมมีชีวิตที่ดีกว่า!
หลังจากถ่ายที่รักของโชคชะตาทั้งห้าเสร็จ นักข่าวก็เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ถามชื่อของเด็ก ๆ
