เมื่อหนิงซวงเสวี่ยเอ่ยเรียก “สามี” ด้วยน้ำเสียงเขินอาย สายตานับไม่ถ้วนก็หันไปจับจ้องนาง
หนิงฉือจินหรือ?
เหตุใดใบหน้านางจึงเหมือนหนิงฉือจินไม่มีผิด!
ฮองเฮา หรงเฟย และกุ้ยเหรินอิ๋นต่างมีแววตาเปี่ยมความหมายและตกตะลึง
ทว่าเมื่อไทเฮาทอดพระเนตรเห็นนาง สีพระพักตร์พลันแข็งค้าง ครั้นหันไปมองฮ่องเต้อีกครั้ง แววพระเนตรก็ลึกล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สตรีผู้นี้กลับมาได้อย่างไรกัน...
หนิงซวงเสวี่ยเม้มริมฝีปาก ดวงตาคู่งามฉายแววเขินอายอย่างไร้เดียงสาขณะมองจวินเฉินอวี้ ก่อนยื่นมือไปดึงฉลองพระองค์ของเขาเบา ๆ
จวินเฉินอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ระหว่างอยู่บนรถม้า เขาบอกซวงเสวี่ยไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่า เมื่อเข้าวังให้ปิดบังฐานะไว้ก่อน รอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วค่อยแต่งตั้งตำแหน่งให้ นึกไม่ถึงว่านางจะใจร้อนถึงเพียงนี้
แววตาของเวินอวิ๋นเหมียนเย็นชา หนิงซวงเสวี่ยคงคิดว่าสตรีคนใดในวังหลังล้วนรับมือได้ง่าย ถึงได้อดใจรอไม่ไหวเช่นนี้
แต่ก็นับว่าดีเหมือนกัน สิ่งที่หมาป่าและเสือร้ายหวาดระแวงที่สุดก็คือฮ่องเต้โปรดปรานผู้ใด
เดิมทีนางยังกังวลว่าการติดตามฮ่องเต้ไปเมืองผิงหยางจะทำให้กลายเป็นเสี้ยนหนามตำตาของฮองเฮาและคนอื่น ๆ ต่อให้นางแสดงให้เห็นว่าตนมิใช่ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานที่สุด พวกนั้นก็อาจไม่เชื่อ
บัดนี้หนิงซวงเสวี่ยปรากฏตัวขึ้นพอดี ช่วยเบี่ยงเบนเพลิงโทสะจากนางไปได้
แม้จวินเฉินอวี้จะไม่พอใจอยู่ในใจ แต่ก็ยังต้องปกป้องนาง อย่างไรเสีย คนที่ซวงเสวี่ยพึ่งพาได้ก็มีเพียงเขา
เขาพาหนิงซวงเสวี่ยมายืนข้างกาย แล้วกล่าวเสียงขรึมว่า “เสี่ยวลู่จื่อ พาแม่นางหนิงไปพักผ่อนก่อน”
