เมื่อเห็นน้องสาวรออยู่ด้านนอกสนามสอบหลวง กู้เว่ยเจิงก็เร่งฝีเท้าเข้าไปหา
เมื่อเห็นโม่เวยมีสีหน้ากังวล เขาก็ถามว่า “เป็นอะไรไป เหตุใดจึงทำหน้าหม่นหมองเช่นนี้”
กู้โม่เวยเม้มริมฝีปากแน่น “พี่รอง ในสนามสอบหลวงทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่”
กู้เว่ยเจิงกวาดตามองรอบข้างอย่างแนบเนียน จากนั้นสีหน้าก็เคร่งขรึมลง “เจ้ากลับไปบอกท่านปู่ก่อนว่า ข้ายังมีธุระ ต้องไปที่ว่าการสักเที่ยว แล้วจะกลับไปทีหลัง”
พอได้ยินเช่นนี้ กู้โม่เวยก็ชะงักงัน ดวงตาแดงก่ำ นางทำท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ชั่วพริบตาต่อมา ทหารหลายนายก็เดินออกมาจากด้านหลัง
เมื่อเห็นภาพนี้ กู้โม่เวยก็อ่อนแรงลงไปไม่น้อย ทว่าทำได้เพียงหลีกทาง ปล่อยให้กู้เว่ยเจิงกับทหารหลายคนนำหน้าไป
“พี่รอง”
กู้เว่ยอวี่เดินตามไปด้วย ก่อนจะจากไป เขาตบไหล่กู้โม่เวยเบา ๆ “อย่ากังวล กลับไปรอที่บ้านก่อน”
ขณะทั้งสองเดินสวนกัน จู่ ๆ กู้เว่ยอวี่ก็กระซิบข้างหูกู้โม่เวยสองสามคำ เสียงเบาจนคนรอบข้างไม่ได้ยิน
ร่างกู้โม่เวยแข็งค้างไปชั่วขณะ นางกะพริบตาอย่างเหม่อลอย
เมื่อได้สติ กู้โม่เวยก็กล่าวอย่างเกรี้ยวกราดทันที “ข้ารู้ว่าพี่รองกับพี่สามทุ่มเทความพยายามเพียงใด เพื่อให้สอบขุนนางได้ติดอันดับ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนต่ำช้าเช่นนี้!”
แม้ภายนอกกู้โม่เวยจะดูโกรธเกรี้ยว แต่นางกลับร้องไห้ไม่ออก จึงได้แต่ขบกรามแน่นแล้วแอบหยิกเอวตัวเอง
ฮือ ๆ
เจ็บเหลือเกิน
ลงมือกับตัวเองหนักไปหน่อยแล้ว
