ขบวนเสด็จของกุ้ยเฟยมีคนหามเกี้ยวแปดคน ด้านหน้ามีขันทีถือกระถางทองแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะ ส่วนด้านหลังมีนางกำนัลติดตามคอยปรนนิบัติ
เมื่อขบวนเคลื่อนผ่านทางเดินในวัง เหล่านางกำนัลและขันทีที่กำลังทำความสะอาดหรือเดินผ่านต่างหยุดฝีเท้า หันหน้าเข้าหากำแพง ไม่กล้ามองเหนียงเหนียงกุ้ยเฟยโดยตรง
เกียรติยศสูงส่งถึงเพียงนี้ เพียงได้เห็นแวบเดียวก็ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน
เวินอวิ๋นเหมียนสวมกระโปรงผ้าไหมสีขาวราวหยก หวีผมประดับมงกุฎหยก เครื่องประดับบนกายนางมีไม่มาก ทว่าทุกชิ้นล้วนล้ำค่า
เมื่อเกี้ยวโยกไหว ปลายปิ่นระย้าข้างมงกุฎหยกก็ไหวตาม แสงระยิบระยับจับตา
ครั้นมาถึงตำหนักฉางหนิง หงอวี้กับหงซินต่างคุกเข่าร่ำไห้อยู่บนพื้น เสียงเอะอะดังลั่น เมื่อเห็นเวินอวิ๋นเหมียนมาถึง ทั้งสองจึงรีบกลั้นน้ำตาแล้วคำนับ
“ถวายคำนับเหนียงเหนียงกุ้ยเฟย”
เฟยผินไม่น้อยก็มาถึงที่นี่ ต่างพากันคำนับ
เวินอวิ๋นเหมียนนั่งลงอย่างสง่างาม “หมอหลวงจาง เยวี่ยผินเป็นอันใดไปหรือ? บาดแผลมิใช่ใกล้หายดีแล้วหรือ เหตุใดจู่ ๆ จึงเน่าเปื่อยและมีหนองได้”
หมอหลวงจางกราบทูล “ทูลเหนียงเหนียง เมื่อครู่กระหม่อมตรวจดูบาดแผลของเหนียงเหนียงแล้ว พบว่าเหนียงเหนียงเยวี่ยผินถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ”
“ถูกพิษหรือ?” เวินอวิ๋นเหมียนขมวดคิ้ว “พิษชนิดใด?”
“เป็นพิษชนิดหนึ่งชื่อโกวหวง เมื่อพิษซึมเข้าสู่ผิวหนัง บาดแผลจะไม่อาจสมาน และบริเวณที่เน่าเปื่อยจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ”
