เมื่อได้ยินเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนกล่าวว่าฉินเจากำลังช่วยระบายความโกรธแทนนาง เวินอวิ๋นเหมียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอ่อนฉายแววประหลาดใจยามมองซื่อจื่อสกุลเซี่ยผู้เงียบขรึมพูดน้อยมาโดยตลอด
ฉินเจาเคยเขียนจดหมายเล่าเรื่องที่เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนช่วยนางเพาะกู่ให้ฟังต่อหน้านาง
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนยังเอ่ยถึงข้อดีของฉินเจาต่อหน้านางอีก
หนีอวี้เหิงก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อถอนพิษให้เซี่ยอวิ๋นเจี้ยน
เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าบุรุษทั้งสามเข้ากันได้ดียิ่งนัก?
แต่เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางไม่ต้องคิดหาวิธีรักษาสมดุลระหว่างพวกเขา
ในใจของเวินอวิ๋นเหมียน แต่ละคนล้วนมีความหมายและบทบาทแตกต่างกัน ดังนั้นการอยู่ร่วมกันอย่างสงบจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ สง่างามเย็นตา “เมื่อฮ่องเต้มีชัยกลับเมืองหลวง จวนโหวหย่งอี้คงถูกริบยศ ได้ยินว่าฮูหยินเมิ่งก็เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่ออกไปไหน ส่วนคนในจวนโหวก็แทบไม่มีใครออกมาเช่นกัน”
เวินอวิ๋นเหมียนเลิกคิ้ว เวินเล่อเยี่ยนยังคงอยู่ในตำหนักเย็น ส่วนเมิ่งชุนหัวกลับสงบเสงี่ยมลงแล้ว
“ข้าทราบแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมา “เมิ่งชุนหัวกับโหวหย่งอี้มีธุรกิจอยู่ในมือไม่น้อย ร้านผ้าไหมแห่งหนึ่งในนั้นใช้ผ้าเนื้อเลวอย่างยิ่ง เพื่อแสวงหากำไรจึงนำไปย้อมเป็นสีฉูดฉาดแล้วขายออกไป ทำให้ผู้ซื้อหลายคนเกิดผื่นแดงตามตัว”
“เพราะชาวบ้านที่เกิดผื่นแดงมีจำนวนมาก เมิ่งชุนหัวจึงลอบขอให้ตระกูลเมิ่งช่วยเหลือ เรื่องนี้ถึงได้คลี่คลายลง”
“เอกสารเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับการข่มเหงชาวบ้านและแสวงหาผลประโยชน์ของตระกูลเมิ่งกับจวนโหวตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากฮ่องเต้มีชัยกลับมา เจ้าสามารถนำเอกสารเหล่านี้ถวายฮ่องเต้ได้”
เวินอวิ๋นเหมียนรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนหมายถึงสิ่งใด แม้บัดนี้นางจะตัดขาดจากจวนโหวแล้ว และยังมีราชโองการที่ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระโอษฐ์เป็นหลักฐาน แต่เรื่องที่เวินฟู่อันทำไว้ย่อมทำให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยได้
