วันที่เวินอวิ๋นเหมียนจะได้รับแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟยมาถึงแล้ว
เดิมทีพิธีแต่งตั้งควรจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทว่ายามนี้เกิดศึกสงครามขึ้นหลายแห่ง ก่อนเวินอวิ๋นเหมียนจะได้รับแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟย มีคนจงใจขยายเรื่องให้เกินจริง ทั้งยังจัดเตรียมเครื่องทองเครื่องเงินและอัญมณีล้ำค่ามากมาย ทำให้พิธีแต่งตั้งครั้งนี้ตกเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วหล้า
ความฟุ่มเฟือยในพิธีครั้งนี้ย่อมคาดเดาได้ไม่ยาก
เวินอวิ๋นเหมียนย่อมรู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคิดเช่นไร ยามนี้เกิดสงครามขึ้นทั่วทุกสารทิศ ท้องพระคลังก็ไม่ได้มั่งคั่งนัก
หากนางจัดพิธีแต่งตั้งอย่างเอิกเกริกในยามนี้ ต่อให้ฮ่องเต้โปรดปรานนางและยินดีให้นางจัดพิธีต่อไป ก็เท่ากับผลักตนเองให้ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์
อีกทั้งไทเฮาทรงสนับสนุนความเรียบง่ายมาแต่ไหนแต่ไร เวินอวิ๋นเหมียนเพิ่งได้รับความโปรดปรานจากไทเฮามาได้ไม่นาน ยามหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้นางย่อมไม่อาจทำลายความประทับใจอันดีได้ นางจึงเป็นฝ่ายเสนอให้ยกเลิกพิธีแต่งตั้ง
ไม่ว่าจะจัดพิธีแต่งตั้งหรือไม่ ตราประทับทองรูปหงส์ชิงหลวนก็อยู่ในมือเวินอวิ๋นเหมียนแล้ว
เวินอวิ๋นเหมียนเองก็เป็นกุ้ยเฟยที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งด้วยพระโอษฐ์อย่างถูกต้องชอบธรรม
พิธีแต่งตั้งครั้งนี้จึงไม่มีทางกลายเป็นข้ออ้างให้ผู้คนครหาได้
เมื่อไทเฮาทรงทราบว่าเวินอวิ๋นเหมียนเป็นฝ่ายเสนอให้ยกเลิกพิธีแต่งตั้ง และให้นำเงินที่ต้องใช้จัดงานไปบรรเทาทุกข์ราษฎรกับสนับสนุนแนวหน้า ก็ทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง
“ข้าไม่ผิดหวังในกุ้ยเฟยจริง ๆ นอกจากมีความสามารถโดดเด่นแล้ว ยังรู้จักวางตัวอย่างเหมาะสม ยามนี้ไม่เพียงไม่ฟุ่มเฟือยเกินควร แต่ยังคิดตรงกับข้า รู้จักเปลี่ยนจากความหรูหรามาใช้ชีวิตอย่างประหยัด ข้างกายฮ่องเต้ต้องมีคนเช่นนี้จึงจะเหมาะ”
ฮองเฮาและหรงเฟยพร้อมกับคนอื่น ๆ ต่างก็อยู่ที่วังฉือหนิงเพื่อถวายพระพรไทเฮา เมื่อได้ยินคำชมที่ไทเฮาตรัสอย่างไม่หวงแหน ใบหน้าของฮองเฮาก็เขียวคล้ำ
