กู้เฟิงหลิงรออยู่ภายในตำหนัก นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เวินอวิ๋นเหมียนได้พบมารดาของตน
เมื่อเห็นกู้เฟิงหลิง เวินอวิ๋นเหมียนก็รู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด
กู้เฟิงหลิงดูซูบเซียวกว่าเมื่อก่อนมาก เมื่อเห็นเวินอวิ๋นเหมียนเข้ามา นางก็คุกเข่าถวายคำนับ “หม่อมฉันคารวะกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
แม้เวินอวิ๋นเหมียนจะเคียดแค้นมารดา ท้ายที่สุดนางก็ยังเหลือความใจอ่อนให้มารดาอยู่บ้าง จึงให้หยุนหย่างกับหยุนเฟยช่วยประคองอีกฝ่ายขึ้นมา
“ท่านแม่คงทราบแล้วว่าเวินฟู่อันถูกฮ่องเต้ควบคุมตัวไว้ จวนโหวทั้งจวนก็กำลังจะล่มสลาย หากท่านยินยอม เปิ่นกงจะทูลขอพระราชโองการจากฮ่องเต้ อนุญาตให้ท่านกับเวินฟู่อันหย่าขาดจากกัน นับแต่นี้ไปทั้งสองก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
เดิมทีกู้เฟิงหลิงยังวางตัวไม่ถูก อย่างไรเสียนางก็ไม่ได้พบหน้าบุตรสาวมาหลายปี อย่างน้อยก็ควรไว้หน้ากันบ้าง
มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้น จึงจะช่วยขอความเมตตาให้เวินฟู่อันได้
กู้เฟิงหลิงเก็บงำความเคียดแค้นที่มีต่อเวินอวิ๋นเหมียนมาโดยตลอด แต่เพื่อสามี นางจึงฝืนข่มความชิงชังเอาไว้
ครั้นได้ยินคำพูดของเวินอวิ๋นเหมียน กู้เฟิงหลิงก็เงยหน้าขึ้นมองนางอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
เวินอวิ๋นเหมียนคิดว่าอีกฝ่ายฟังไม่ชัด กำลังจะกล่าวซ้ำ กู้เฟิงหลิงก็เอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “เหตุใดเจ้าจึงพูดจาเนรคุณไร้หัวใจเช่นนี้ได้?”
