สนมซูยกยิ้มอย่างได้ใจ พลางชื่นชมเล็บที่แต้มสีชาดของตน
ท่านกงกงลู่ได้รับคำสั่งจากจวินเฉินอวี้ จึงพาคนเดินตรงไปยังศาลามู่ตานที่เวินอวิ๋นเหมียนพำนักอยู่อย่างรวดเร็ว
อวี้กุ้ยเหรินเห็นสนมซูมีความสุข จึงค่อย ๆ เก็บสายตากลับ หวังเพียงว่าครั้งนี้จะกำจัดเวินอวิ๋นเหมียนได้สำเร็จ เพื่อให้นางมีชีวิตที่สุขสบายขึ้นบ้าง
คนในวังต่างมีความคิดแตกต่างกันไปขณะมองเวินอวิ๋นเหมียน ทุกคนลุกขึ้นยืนกันหมดแล้ว มีเพียงเวินอวิ๋นเหมียนที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น
เดิมทีฮองเฮาคิดจะเอ่ยปาก แต่เมื่อเห็นสีหน้าของฮ่องเต้ไม่บ่งบอกอารมณ์ ทั้งยังคาดเดาความคิดของพระองค์ไม่ออก จึงระงับความคิดนั้นไว้ก่อน
เพียงแต่นางพบเห็นเล่ห์กลอุบายในวังหลังมามาก จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าว่านกุ้ยเหรินจะตกหลุมพรางในคราวนี้
หมอหลวงหรงยังคงตรวจชีพจรให้ฮ่องเต้อยู่ ภายในท้องพระโรงเงียบสงัด
เวินอวิ๋นเหมียนคุกเข่าจนหัวเข่าชา นางสัมผัสได้ว่ามีสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่ตน บ้างก็เวทนา บ้างก็สมน้ำหน้า และบ้างก็มีแววได้ใจ
สายตาที่แรงกล้าที่สุดย่อมเป็นของเวินเล่อเยียน
นางแอบโน้มตัวไปกระซิบเยาะเย้ยข้างหูเวินอวิ๋นเหมียน “พี่หญิง ดูท่าในวังจะมีคนไม่ชอบท่านอยู่ไม่น้อยเลยนะ”
เวลานี้เอง ท่านกงกงลู่ก็รีบร้อนเดินเข้ามา สีหน้าเคร่งขรึมยิ่งนัก เมื่อเดินผ่านเวินอวิ๋นเหมียน เขาแอบเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะนำของที่ค้นพบขึ้นถวายจวินเฉินอวี้
“ฮ่องเต้ สิ่งนี้พบในดอกบัวสายสีชมพูที่ตั้งประดับอยู่ในตำหนักของว่านกุ้ยเหริน ภายในกลีบดอกซ่อนยาเม็ดชนิดนี้ไว้ไม่น้อยพ่ะย่ะค่ะ”
จวินเฉินอวี้เก็บสายตาเย็นชา ท่านกงกงลู่รีบส่งยาเม็ดให้หมอหลวงหรง
หมอหลวงหรงเข้าใจความหมาย รับยาเม็ดมาแล้วก้มลงสูดดมตรวจดูอย่างละเอียด
ดวงตางามของสนมซูฉายแววได้ใจ นางยกมุมปากแดงระเรื่อขึ้น พลางส่งสายตาชื่นชมให้อวี้กุ้ยเหริน
