เขาเงยหน้ามองไปทางกำแพงเมือง แล้วก็เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างฮองเฮา สวมกระโปรงยาวผ้าแพรลายเมฆสีม่วงเข้ม นางกำลังตั้งครรภ์ได้หกเดือน ช่างลำบากไม่น้อย
เวินอวิ๋นเหมียนมองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง เมื่อเทียบกับเฟยผินคนอื่นที่ยินดีปรีดาแล้ว นางกลับมิได้รู้สึกยินดีนัก
ท่าทีเขินอายและหัวใจเต้นแรงอย่างหญิงสาวยามเผชิญหน้าจวินเฉินอวี้ในชาตินี้ ล้วนมลายหายไปนานแล้ว ต่อให้นางจงใจแสร้งทำเช่นนั้น ในใจก็หาได้เกิดคลื่นอารมณ์ไม่
นางกำลังตั้งครรภ์ ยืนนานเข้าก็เริ่มเหน็ดเหนื่อย
ฮองเฮาร่างกายอ่อนแอ ทั้งยังตั้งครรภ์ได้หกเดือน เพียงไม่นานใบหน้าก็ซีดขาวลง
ไทเฮาทอดพระเนตรเห็นฮ่องเต้เสด็จกลับมาพร้อมชัยชนะ ในพระทัยก็ยินดี ทั้งยังทรงคำนึงถึงเหล่าสนมที่กำลังตั้งครรภ์ จึงตรัสว่า “เอาละ ยามนี้ฮ่องเต้ยังต้องพบขุนนาง พวกเราไปคอยที่วังฉือหนิงก่อนเถิด เมื่อฮ่องเต้จัดการธุระเสร็จแล้ว ย่อมเสด็จไปหาเอง”
ไทเฮาทรงทราบว่าเหล่าสนมต่างเร่งร้อนอยากพบฮ่องเต้ จึงยินดีช่วยให้สมปรารถนา
ฮองเฮาละสายตากลับมา หางตาแดงเรื่อ “ทุกอย่างเป็นไปตามพระประสงค์ของไทเฮา”
ทุกคนจึงติดตามไทเฮาไปยังวังฉือหนิงอย่างว่าง่าย
ระหว่างทาง จินรุ่ย นางกำนัลข้างกายเหยียนฉางจ้าย ประคองนางพลางเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “นายหญิงน้อย บ่าวเห็นฮ่องเต้เมื่อครู่ ช่างเป็นบุรุษที่ประเสริฐที่สุดใต้หล้า ทั้งกล้าหาญเกรียงไกร อีกทั้งยังอยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ยามนี้พระสวามีของท่านคงเป็นบุรุษที่ใครก็เทียบไม่ติดใต้หล้าแล้ว”
